ไวรัสโคโรนา : ผู้ป่วยโควิด-19 คนไทย เสียชีวิตรายแรก

กระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

คำบรรยายภาพ,

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (กลาง) ระบุว่าการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกในไทย ยังถือเป็นอัตราผู้เสียชีวิตที่คาดการณ์ไว้แต่เบื้องต้น คือ 2 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 42 ราย

กระทรวงสาธารณสุข แถลงผู้ป่วยโควิด-19 คนไทย เสียชีวิตเป็นรายแรก เป็นชายไทย อายุ 35 ปี ที่มีประวัติสัมผัสนักท่องเที่ยวชาวจีน

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่าผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 35 ปี ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ต่อมาตรวจพบว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 เป็นโรคที่สอง จึงมีการส่งตัวมายังโรงพยาบาลสถาบันบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. จากนั้นทีมแพทย์ได้มีการรักษาอย่างเต็มที่ จนตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.

หลังจากรักษาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ด้วยสภาพปอดที่เสื่อมแต่เดิม หัวใจและอวัยวะภายในที่ทำงานหนัก ทำให้อวัยวะภายในหลายระบะบล้มเหลวจึงเสียชีวิตในที่สุด เมื่อวันที่ 29 ก.พ.

สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ นพ.สุวรรณชัย เปิดเผยว่า เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อในประเทศ (local transmission) ซึ่งมีการสัมผัสกับบุคคลที่เสี่ยงคือนักท่องเที่ยวชาวจีน

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ คิง เพาเวอร์ ได้ออกแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง ยอมรับว่าผู้เสียชีวิตโควิด-19 เป็นพนักงานบริษัทคู่ค้าในสาขาศรีวารี และได้สั่งปิดสาขาตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. หลังจากผลตรวจยืนยันว่าพนักงานติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับโควิด-19 หรือไม่ จะนำเข้าสู่คณะกรรมการวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติต่อไป

เชื้อไวรัสโคโรนาหมดไปแล้ว แต่ทิ้งร่องรอยการทำลายปอดไว้มาก

จากกรณีที่ผู้เสียชีวิตรายนี้ มีอาการป่วยไข้เลือดออกมาก่อน มีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคอย่างไร นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค เผยว่าไข้เลือดออกไม่ใช่เชื้อที่ลงที่ปอด แต่ทำให้ร่างกายอ่อนล้ามาก สองโรคร้ายแรงกว่าโรคเดียวแน่นอน เมื่อมีโควิด-19 ส่วนใหญ่เชื้อจะมุ่งไปที่ปอด แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นปอดอักเสบ ปอดบวมเสมอไป มีเพียง 15-20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่เวลาลงปอดไปแล้วก่อความรุนแรงพอสมควรแล้วแต่ร่างกายของแต่ละคน

นพ.ทวี กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสียชีวิต นอกจากให้ยาต้านไวรัสหลายตัวแล้ว แพทย์ได้ให้น้ำเหลืองจากเลือดของคนไข้ที่หายป่วย คือ คนขับรถแท็กซี่ โดยระหว่างให้น้ำเหลืองพบว่าระดับของภูมิสูงขึ้น แสดงว่าเจ้าของเลือดที่บริจาคมีภูมิค่อนข้างสูง

"เป็นที่ยืนยันว่าเชื้อไวรัสโคโรนาหมดไปแล้ว แต่ได้ทิ้งร่องรอยของการทำลายไว้เยอะ ซึ่งต้องพยุงด้วยปอดเที่ยม (เครื่อง ECMO เครื่องช่วยหายใจทำงานแทนปอด) เราได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วเราสู้มาเป็นเดือน"

จากระยะฟักเชื้อจนถึงปอดถูกทำลาย เป็นเวลากี่สัปดาห์

นพ.ทวี ยังยืนยันระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสอยู่ที่ช่วงระหว่าง 2-14 วัน โดยมีระยะช่วงเจอเชื้อเยอะที่สุด 5-7 วัน เป็นข้อมูลทางประเทศจีนที่มีคนไข้จำนวนมาก ส่วน 27 วัน เป็นกรณีที่ต้องยกเว้นต้องขอดูรายงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม คนไข้รายนี้เข้ามาตอนแรกอาการค่อนข้างรุนแรง ทีมแพทย์ได้พยายามให้ยาต้านไวรัส ให้น้ำเหลืองของผู้ที่หายแล้ว ถือว่าผู้ป่วยทุกคนเป็นกรณีศึกษาหมด

ส่วนการลงปอดของเชื้อไวรัส จากข้อมูลจากประเทศจีน การลงปอดมักเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่สองหลังจากได้รับเชื้อแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องลงปอดทุกคน จากข้อมูลพบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ลงปอด เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา ทั้งนี้การที่เชื้อไม่ลงปอดนั้นขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

เผยมีผู้ป่วยหนักอีก 1 ราย

ผู้ป่วยหนักอีกรายหนึ่ง เป็นชายอายุกว่า 70 ปี มีการส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชน พบว่ามีการติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย ตรวจไม่พบเชื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยสรุปขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 30 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 42 ราย

กระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า ผู้เสียชีวิต เป็นผู้ป่วย 1 ใน 2 ราย ที่มีอาการหนักและได้รายงานต่อสาธารณะตลอดว่ามีอาการวิกฤตรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก การไม่พบเชื้อไม่ได้หมายความว่าหายป่วยแล้ว กระทรวงจะใช้คำว่า "กลับบ้านได้" อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของผู้ป่วยรายนี้ เป็น 1 จาก 42 รายที่ติดเชื้อ ยังอยู่ในอัตราการเสียชีวิต 2 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ไทยคาดการณ์ไว้ เทียบกับอัตราผู้เสียชีวิตในจีนอยู่ที่กว่า 3 เปอร์เซ็นต์

คิง เพาเวอร์ ยอมรับผู้เสียชีวิตโควิด-19 เป็นพนักงานบริษัทคู่ค้าในสาขาศรีวารี สั่งปิดสาขาตั้งแต่ 6 ก.พ.

ส่วนงานสื่อสารองค์กร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ออกแถลงการณ์ช่วงบ่ายวันนี้ (1 มี.ค.) ผ่านเพจเฟซบุ๊ก King Power ว่าจากกรณีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงในวันนี้ ถูกระบุว่าเป็นพนักงานขายสินค้า ทางบริษัทฯ ตรวจสอบพบว่าเป็นพนักงานส่งเสริมการขายสินค้าของบริษัทคู่ค้าที่มีสินค้าจำหน่ายในสาขาศรีวารี

พนักงานคนดังกล่าว มีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในวันที่ 29 ม.ค. โดยวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ จึงกลับมาทำงาน แต่ภายหลังมีอาการป่วยจึงเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในวันเดียวกัน ก่อนแจ้งลางานกับต้นสังกัดด้วยการป่วยเป็นไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.-4 ก.พ.

หลังจากนั้นวันที่ 5 ก.พ. พนักงานรายนี้ได้ถูกส่งตัวไปยังสถาบันบำราศนราดูร และแพทย์ตรวจพบผลยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในวันที่ 6 ก.พ. ทางบริษัทฯ จึงปิดให้บริการสาขาศรีวารีเป็นต้นมา และให้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่ทำงานที่สาขาศรีวารีในวันเดียวกัน จากนั้นก็ดำเนินการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ มาโดยตลอด

แถลงการณ์ระบุอีกว่า สืบเนื่องผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทำให้สาขาศรีวารี มีผู้ใช้บริการลดลงตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ประกอบกับเหตุการณ์ที่พบพนักงานของบริษํทคู่ค้าติดเชื้อไวรัส คิง เพาเวอร์ จึงได้ปิดให้บริการเป็นการชั่วคราวนับแต่วันที่ 6 ก.พ. จนถึงปัจจุบัน

สำหรับร้านค้าปลอดภาษี คิง เพาเวอร์ สาขาศรีวารี ตั้งอยู่ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ