อนาคตใหม่ : แยกกันเดิน รวมกันตี กับ “อุดมการณ์เดิม” ของชาวอนาคตใหม่

  • หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ชาวส้มหวาน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

อดีตพรรคอนาคตใหม่อยู่ระหว่างการจัดทัพเพื่อรองรับการทำงานการเมืองในก้าวต่อไป หลังอยู่ในสภาพ "มีตัว แต่ยังไร้หัว" มา 11 วัน โดยที่พวกเขาเตรียมแยกขาดการทำงานของ 2 ขาคือ คณะบุคคล และพรรคการเมืองใหม่ที่เชื่อว่าจะมีคำว่า "ก้าว" ปรากฏในชื่อพรรค

7 ม.ค. 2561 คือวันที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล และ ชัยธวัช ตุลาธน ได้บทสรุปตรงกันในระหว่างประชุมสายทางโทรศัพท์ว่าพวกเขาจะตั้งพรรคการเมือง หลังใช้เวลาหลายเดือนในการทุ่มเถียงกัน ทบทวนความคิด ทดลองโยนหินถามทางในหมู่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีทั้งนักการเมืองระดับชาติและนักวิชาการระดับตำนานที่พวกเขาเดินสายไปขอคำปรึกษา จึงเกิดเป็นพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)

แต่แล้ว 2 คน ธนาธร-ปิยบุตร ต้องย้อนกลับไปเดินบน "เส้นทางที่ไม่ได้เลือก" เมื่อ 2 ปีก่อน นั่นคือ ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (social movement) เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติ สั่งยุบ อนค. พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) 16 คน เป็นเวลา 10 ปี

จาก "พรรคการเมือง" จึงกลายรูปเป็น "คณะบุคคล" ที่ใช้ชื่อว่า "คณะอนาคตใหม่"

สิ้นคำแถลงขอโทษประชาชนที่ "ทำตามสัญญาไม่ได้" สูทของธนาธรถูกถอดทิ้ง เข็มกลัดตราสัญลักษณ์พรรคถูกส่งต่อให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สื่อนัยว่า ทิม-พิธา คือผู้นำพรรคคนใหม่-คนต่อไป ส่วน "อดีตหัวหน้าพรรคและพวก" พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีดำที่มีข้อความว่า "เราไปต่อ"

"ธนาธรและผมจะออกไปโลดแล่นรณรงค์การเมืองยิ่งกว่าเดิม หากผู้มีอำนาจคิดว่านี่คือการตัดไฟแต่ต้นลม แต่ผมยืนยันว่าพวกเขาคิดผิดครับ เพราะนี่คือไฟลามทุ่ง" ปิยบุตรกล่าวหลังจำต้องยุติสถานะ "ผู้แทนราษฎร" เมื่อ 21 ก.พ. 2563

ณ นาที ณ วินาทีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ อนค. ณ วันนั้น ณ นาทีนั้น ธนาธร-ปิยบุตร เริ่มต้นบทบาทใหม่ ไม่ใช่นักการเมืองอีกต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

การทดสอบบทบาทใหม่ของอดีตแกนนำพรรคสีส้มเริ่มขึ้นทันที เมื่อเขาทดลองระดมมวลชนมาร่วมชุมนุมหน้าที่ทำการพรรค อนค. อาคารไทยซัมมิท ถ.เพชรบุรี เปิดปราศรัยต่อเนื่อง 4 ชม. เพื่อพิสูจน์ว่าผู้สนับสนุนพรรคที่อยู่ในรูป "มวลชนออนไลน์" พร้อมแปรสภาพเป็น "มวลชนภาคพื้นดิน" หรือไม่ หลังเคยจัด "แฟลชม็อบ" ที่ลานสกายวอล์ค และเข้าร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ที่สวนรถไฟ

กิจกรรมแรกของ "ขานอกสภา" คือ การเปิดปราศรัยนอกสภาโดย พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษก อนค. เมื่อ 23 ก.พ. กล่าวหารัฐบาลเกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทุน 1MDB (Malaysia Development Berhad) ของมาเลเซีย ก่อนถูกคนในรัฐบาลชักแถวออกมาประกาศฟ้อง เรื่องเล่าที่ถูกมองว่าเป็นการ "จับแพะชนแกะ"

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

พรรณิการ์ วานิช เปิดอภิปรายนอกสภา ณ ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ย่านธนบุรี หนึ่งวันก่อนสภาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รมต.

ส่วนกิจกรรมแรกของ "ขาในสภา" คือ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดย ส.ส. อดีต อนค. ที่เหลืออยู่ ระหว่างวันที่ 24-27 ก.พ. หนึ่งในประเด็นที่เขย่ากองทัพจนชักแถวออกมาตอบคำถามคนละทิศละทาง หนีไม่พ้น การเปิดโปง "ขบวนการ IO" โดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ขณะเดียวกันได้เกิดกิจกรรมที่ชาว อนค. ไม่ได้จัด แต่ความเคลื่อนไหวปรากฏชัดไปทั้งประเทศ-ในพื้นที่สถาบันการศึกษาต่าง ๆ นั่นคือ "แฟลชม็อบ" ของนักเรียนนิสิตนักศึกษา เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อสภาพสังคมการเมืองไทยที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น คำสั่งยุบพรรคการเมืองที่พวกเขาสนับสนุน, การบริหารราชการแผ่นดินที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล, ความไม่พอใจต่อเผด็จการกลายรูป และการ "ด้อยค่า" การใช้วิจารณญาณทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ จนพวกเขาต้องลุกขึ้นมา "ปฏิวัติด้วยไอแพดและกระดาษ A4"

ทั้งหมดนี้คือกระแสการเมืองที่หนุนส่งชาว อนค. ทว่าก็ทำให้พวกเขาต้องพบกับโจทย์ยาก-โจทย์ใหญ่-โจทย์ใหม่ในการไปต่อผ่าน "หัวใหม่ ขาใหม่ ร่างใหม่ จิตวิญญาณเดิม"

หลังเสร็จศึกซักฟอก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีผู้ผ่านประสบการณ์ยุบพรรคมา 2 หน ให้ความเห็นในเฟซบุ๊กของเขาว่า อนค. ต้องการ "ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่ายุทธศาสตร์พรรค"

โจทย์ใหญ่ของ "หัวใหม่" สร้างบารมีทางการเมือง

ธนาธร-ปิยบุตร มักเปรียบเปรยพรรคสีส้มไว้ว่าเป็น "ร่างกาย-ผู้คน-การเดินทาง" ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปฏิบัติการตัด "หัวเดิม" ออกจาก อนค. ประสบความสำเร็จในขั้นต้น เพราะก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วร่าง สะท้อนผ่านปรากฏการณ์ "พลิกขั้วการเมือง" ของ 9 ส.ส.อนค. ที่ย้ายไปสังกัดพรรครัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเชื่อกันว่าจะมีอีกล็อตตามมาก่อนครบเส้นตาย ส.ส. ที่เหลืออยู่ต้องหาสังกัดใหม่ภายใน 60 วันหลังจากยุบพรรค หรือภายใน 22 เม.ย.

11 วันหลังคดียุบพรรค อดีต อนค. จึงอยู่ในสภาพ "มีตัว แต่ยังไร้หัว" แม้เป็นที่คาดหมายกันว่า พิธา คือว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ และ ชัยธวัช คือว่าที่เลขาธิการพรรคคนใหม่ ของ ส.ส. ที่เหลือเกาะกลุ่มกันอยู่ 55 คน แต่ก็ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ธนาธร ส่งมอบเข็มกลัดที่มีตราสัญลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ให้แก่ พิธา หลังต้องยุติบทบาททางการเมืองตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 21 ก.พ.

บทบาทที่ผ่านมาของพิธา ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งในเรื่องความสามารถทางธุรกิจ เข้าใจรัฐราชการ มีแฟนคลับ ทว่ายังขาดบารมีทางการเมือง แม้แต่ตัวเขาก็ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่ "ดาวฤกษ์" อีกทั้งยังมีลักษณะประนีประนอมสูง

ขณะที่ ชัยธวัช ก็เป็นนักคิด นักเขียน ไม่ใช่นักการเมือง แต่มีบทสำคัญในการกำหนดทิศทาง อนค. ในห้วงที่ผ่านมา ทว่าอีกปัญหาคือไม่ค่อยใกล้ชิด ส.ส.

ที่มาของภาพ, Thai News pix

คำบรรยายภาพ,

ชัยธวัช ตุลาธน (คนที่สามจากขวามือ) อดีตรองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็น กมธ.วิสามัญฯ ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร

น่าสนใจว่า "หัวใหม่" ได้รับการยอมรับจากคนในพรรคและมวลชนนอกสภามากน้อยแค่ไหน และภายใต้การนำของพวกเขา จะทำให้แนวทางการเมืองแบบ อนค. ภาค 2 ออกมาในทิศทางใด จะเดินไปในรูปแบบเก่าคือ "ก้าวหน้า-แหลมคม-ชนเพดาน" ตามสไตล์ผู้นำชุดเดิม หรือกลายเป็น "พรรคสงบเสงี่ยม" ตามที่พิธาเคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยไว้ว่า อนค. ภาค 2 จะเป็น "พรรคที่เล่นการเมืองน้อยที่สุด"

เตรียมเปิดตัวพรรคใหม่ แต่ยังไม่เปิดชื่อ

ความชัดเจนของ "ร่างใหม่" ที่ชาว อนค. จะยกพลไปสังกัดจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 มี.ค. นี้ โดย ส.ส. บางคนออกมาแย้มว่าจะมีการเปิดตัวพรรคใหม่ที่ศูนย์ประสานงานอดีตพรรค อนค. ฝั่งธนบุรี แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีใครปริปากเอ่ยชื่อพรรค

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีต อนค. เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ทราบว่าผู้เจรจาของ อนค. ได้ "บรรลุดีล" กับพรรคการเมืองที่ ส.ส. จะย้ายไปสังกัดแล้ว แต่วันที่ 8 มี.ค. ส.ส. จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าว แต่ไม่ใช่ชื่อพรรคที่จะใช้ เพราะหลังนั้นจะมีการเรียกประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกหัวหน้าและ กก.บห. ชุดใหม่ เปลี่ยนชื่อพรรคโดยคัดเลือกจากชื่อที่ประชาชนส่งเข้าประกวดทางสื่อสังคมออนไลน์ ในแฮชแท็ก ช่วยอนาคตใหม่ตั้งชื่อพรรค

ถึงขณะนี้มีชื่อที่ "ตรงใจ" พรรณิการ์ วานิช ผู้ไร้สิทธิยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองใด ๆ 10 ปี จำนวน 3 ชื่อคือ พรรคก้าวใหม่ พรรคก้าวหน้า พรรคอนาคต

ขณะที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุในทวิตเตอร์ว่ายังบอกชื่อพรรคไม่ได้ "แต่ยืนยันว่าพวกเราจะ 'ก้าว' ต่อไป ด้วยก้าวที่ 'ไกล' เพื่อ 'ประชาชน' แน่นอนครับ"

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ช่วงค่ำของวันที่ 21 ก.พ. หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ อนค. ส.ส.บัญชีรายชื่อรายหนึ่งได้นำเอกสารพรรคที่ปรากฏคำว่า "ก้าว" ในชื่อพรรคมาให้ ส.ส. ที่เหลืออยู่เซ็นใบสมัครเป็นสมาชิก โดยมีโลโก้สีส้ม มีลูกศรคล้าย ๆ โลโก้ของ อนค. เดิม

มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. อดีต อนค. ที่พลิกขั้ว-ย้ายค่ายไปสังกัด ภท. กล่าวยอมรับกับบีบีซีไทยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่เขาไม่ได้เซ็นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าว เนื่องจากได้พยายามสอบถามรายละเอียดของพรรคใหม่ ทั้งชื่อหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ชื่อพรรค สถานที่ตั้งพรรค แต่ไม่ได้รับความกระจ่าง และเก็บเป็นความลับกันเสียเหลือเกิน จึงตัดสินใจขอแยกไปตามทางที่ดีกว่า เพราะอยู่ที่เดิมต้องดิ้นรน ไม่เคยได้เงินสักสลึงจากพรรคให้ทำกิจกรรมช่วยชาวบ้าน

แต่ยืนยันว่า เขากับพวกรวม 9 คนไม่ใช่ "งูเห่า" เพราะปฏิบัติตามมติพรรคมาโดยตลอด และยังชื่นชมและชื่นชอบธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์ ว่าเป็นคนดีตั้งใจดีเสมอ

"ขาใหม่" ใต้บงการของชุดความคิดแบบธนาธร-ปิยบุตร

แม้มีอิสระในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น เมื่อคณะอนาคตใหม่ภายใต้การนำของ ธนาธร-ปิยบุตร ย้ายออกนอกพื้นที่ "รัฐสภา-พรรค" ไปอยู่บน "ท้องถนน" เนื่องจากไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติ และกรอบของพรรคการเมืองที่มีองค์กรและสมาชิกพรรคให้ต้องรักษา อีกทั้งยังเป็นจังหวะที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีกฎหมายพิเศษเป็นมือกำราบผู้เห็นต่างทางการเมืองแบบในยุค คสช.

คณะอนาคตใหม่เตรียมยึดฤกษ์ยื่นขอจดจัดตั้ง อนค. เมื่อ 2 ปีก่อน เปิดแนวทางการทำงานภาคต่อไปของพวกเขา 15 มี.ค. นี้

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

คำบรรยายภาพ,

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปราศรัยปิดก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562

แต่โจทย์สำคัญของ ธนาธร-ปิยบุตร คือพวกเขาจะจัดวางบทบาทและความสัมพันธ์กับอดีตเพื่อนร่วมพรรคอย่างไร ไม่ให้ล้ำเส้นกฎหมาย เพราะอาจนำไปสู่คดียุบ อนค. ภาค 2 ฐานเป็นคนนอกก้าวก่ายแทรกแซง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ส.ส. อดีต อนค. ยืนยันว่า การทำงานคณะอนาคตใหม่กับพรรคใหม่จะแยกขาดจากกัน ไม่มีใครบงการใคร โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ดังนี้

  • ขาพรรค: จะปรับลดโครงสร้างพรรคให้เล็กลง ไม่แบ่งการทำงานเป็นปีก ๆ แบบเก่า โดย ส.ส. จะทำงานตามกลไกของรัฐสภาเป็นหลัก
  • ขาขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม: จะทำงานกับมวลชนในรูปแบบเครือข่ายทางความคิด ออกรณรงค์ทางความคิดในพื้นที่ต่าง ๆ

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีต อนค. กล่าวว่า อนค. ไม่ใช่ธนาธร หรือปิยบุตร วันนี้เมื่อทั้งคู่ไม่อยู่แล้ว สิ่งที่เราพูดเสมอและต้องการขับเคลื่อนคือวัฒนธรรมองค์กร และอุดมการณ์แบบ อนค. ทุกอย่างยังเหมือนเดิมก็แค่ย้ายไปบ้านใหม่ด้วยกัน

"เราก็เดินไปแบบที่พรรคอนาคตใหม่เคยเดินมา บงการโดยอุดมการณ์แบบเดิมของเรา" เบญจากล่าว

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส. อดีต อนค. (สวมเสื้อสีแดง) คือผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องคลิปลับซื้อขาย ส.ส. 23 ล้านบาท

เช่นเดียวกับ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยืนยันว่า ชาวอนาคตใหม่ถืออุดมการณ์เป็นแก่นกลาง ไม่มีใครบงการได้ และไม่ใช่พรรคนายทุน-พรรคเสี่ย ซึ่งในการประชุมพรรคหลายครั้ง ธนาธร ปิยบุตร ก็เคยแพ้โหวตหลังมีการถกเถียงกัน

"พรรคสั่ง ส.ส. ไม่ได้ ถ้าพูดถึงการบงการ มันไม่ใช่ตัวบุคคล ไม่ธนาธร หรือปิยบุตร แต่คือชุดความคิดของธนาธร-ปิยบุตรที่บงการร่างกาย แม้ตัวไป แต่ชุดความคิดนั้นก็ยังบงการพรรคใหม่ได้อยู่" อมรัตน์ระบุ

โจทย์ยากของ "แฟลชม็อบ" ช่วยห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

ในระหว่างชาว อนค. ไปปิดห้องพูดคุยกัน 2 คืน 3 วัน ที่ จ.นครนายก วันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค. พวกเขาได้สรุปก้าวย่างที่ผ่านมา และก้าวต่อไปในวันข้างหน้า หนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญที่พวกเขาหยิบยกมาพูดคุยกัน หนีไม่พ้น การเกิดขึ้นของ "แฟลชม็อบ" ของนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งชาว อนค. บางคนยอมรับว่านี่คือผลผลิตของ อนค.

ที่มาของภาพ, Thai News pix

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เล่าว่า ที่ประชุม ส.ส. อดีต อนค. มีความเห็นร่วมกันว่าพรรคไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแฟลชม็อบ เพราะจะกลายเป็นการทำลายความบริสุทธิ์ของพลังนักศึกษา และทำให้สิ่งที่พวกเขาทำมาต้องสูญเปล่า เพราะแม้คนเหล่านี้เป็นโหวตเตอร์ของพรรค แต่การแสดงออกของเขาก็ไปไกลกว่าการเซฟอนาคตใหม่ แต่พูดถึงอนาคตประเทศไทยที่เขาอยากเห็น

"เราทราบว่าเราต้องรับผิดชอบ เพราะเราเป็นคนปลุกให้พวกเขาคิด ข้อความที่เขาเขียนในม็อบก็เป็นข้อความที่เราเรียกร้อง เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ แต่เราก็จำเป็นต้องระมัดระวังย่างก้าวของเรา" อมรัตน์กล่าว

เช่นเดียวกับ เบญจา แสงจันทร์ ที่ประกาศไว้ว่า ส.ส. อดีต อนค. จะยืนเคียงข้างนักเรียนนักศึกษา และพร้อมให้ความช่วยเหลือหากเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

บทบาทของพรรค-พวกอนาคตใหม่ต่อความเคลื่อนไหวของนักศึกษา ถูกขยายความโดย 2 ส.ส.หญิงว่าจะออกมาใน 4 รูปแบบ ดังนี้

  • ให้กำลังใจ
  • ให้การสนับสนุนในทางส่วนตัว เพราะอาจมีนักเรียนนักศึกษาเป็นแฟนคลับของ ส.ส. แต่ละคน หรือเป็นรุ่นพี่-รุ่นน้องร่วมสถาบัน ติดต่อขอความช่วยเหลือมา เช่น อมรัตน์อ้างได้รับการติดต่อจากนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ให้จัดกิจกรรมชุมนุม ก่อนที่เธอจะช่วยแนะแนะนำวิธีเจรจากับผู้บริหารสถาบัน จนสามารถจัดการชุมนุมได้ หรือในต่างจังหวัด หากนักศึกษาไม่มีอุปกรณ์ หากมาขอยืมโทรโข่งจาก ส.ส. ที่ศูนย์ประสานงานซึ่งเก็บไว้เฉย ๆ ในห้องเก็บของก็อาจให้นักศึกษาหยิบยืม แต่ "ยืนยันว่าไม่เคยสนับสนุนเรื่องเงิน" แต่อย่างใด
  • ให้ความรู้ เช่น ให้คำยืนยันไปว่าการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย และถ้าได้รับความไม่เป็นธรรมให้ติดต่อใคร โดยได้ให้ช่องทางการติดต่อกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา, กมธ.กฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน
  • ให้คำแนะนำว่าในการชุมนุมจำกัดวงอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยและโรงเรียนเพื่อความปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการละเมิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ