ไวรัสโคโรนา : สธ.ยืนยันไม่ปกปิดข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 แต่บางกรณีเปิดเผยช้าเพราะต้องรอผลตรวจซ้ำ

วัดอุณหภูมิร่างกาย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

เจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยที่รายงานในเอกสารซึ่งใช้สื่อสารภายในระหว่างหน่วยงานทางการแพทย์กับข้อมูลที่รายงานต่อสาธารณะเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่มีการปกปิดข้อมูล แต่ยอมรับว่าในบางกรณีไม่ได้แถลงข่าวยืนยันการพบผู้ป่วยรายใหม่ทันทีเพราะต้องรอผลการตรวจซ้ำและเก็บข้อมูลอื่นประกอบ

วันนี้ (5 มี.ค.2563) นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงเอกสาร "รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19" ซึ่งเป็นเอกสารภายในที่ใช้สื่อสารระหว่างหน่วยงานทางการแพทย์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยโควิด-19 ว่าข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานต่อสาธารณะ แต่เหตุที่มีการแถลงข่าวยืนยันการพบผู้ป่วยใหม่ช้ากว่าวันที่ตรวจพบเชื้อเพราะต้องทำตามกระบวนการยืนยันผลและสอบสวนโรค

"รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19" ลงวันที่ 12 ก.พ.2563 เวลา 21.00 น. จัดทำโดยศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค มีทั้งหมด 11 หน้า เผยแพร่บนเว็บไซต์กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานฉบับนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ชัดเจนและละเอียดกว่าที่ผู้บริหารกรมควบคุมโรคและ สธ.เปิดเผยต่อสาธารณะ รวมทั้งเอกสารประกอบการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เช่น มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่พบที่ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต รวมถึงผู้ป่วยเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ซึ่ง สธ.เพิ่งมาเปิดเผยหลังจากที่เด็กหญิงคนดังกล่าวหายป่วยแล้ว

บีบีซีไทยเข้าถึงและดาวน์โหลดเอกสารฉบับนี้จากเว็บไซต์ของ กทม.เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 3 มี.ค. แต่ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. ลิงค์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

คำบรรยายภาพ,

นพ.สุวรรณชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (กลาง) ยืนยันว่าข้อมูลที่ สธ.ใช้สื่อสารภายในกับที่แถลงต่อสาธารณะเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน

เอกสารนี้มีรูปแบบเดียวกับเอกสารรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค แต่ต่างกันตรงที่สีของหัวกระดาษและชื่อรายงาน กล่าวคือเอกสารที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่ต่อสาธารณะทางเว็บไซต์ของกรมฯ จะมีหัวกระดาษสีน้ำเงินและใช้ชื่อว่า "รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019" ขณะที่เอกสารที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของกรมอนามัยมีหัวกระดาษสีชมพูและใช้ชื่อว่า "รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19"

นอกจากนี้เอกสารสีชมพูยังมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยโควิด-19 ค่อนข้างละเอียด เช่น วันที่ตรวจพบเชื้อ อายุ สัญชาติ อาการป่วย และผลการตรวจห้องปฏิบัติการ

ข้อมูลชุดเดียวกัน

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่าข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ตรงกับข้อมูลที่ สธ.เปิดเผยต่อประชาชน แต่ยอมรับว่าไม่ได้ยืนยันการพบผู้ป่วยใหม่ทันทีที่ตรวจพบเชื้อ เพราะกระบวนการยืนยันผลและสอบสวนโรคต้องใช้เวลา

"ข้อมูลตรงกันนะครับ แต่ที่มีข้อสงสัยคือเรื่องระยะเวลา (การแถลงข่าวยืนยันพบผู้ติดเชื้อ) จริง ๆ เราสื่อสารตั้งแต่ต้น แต่กระบวนการที่จะยืนยันว่าบุคคลใดเป็นผู้ป่วยต้องใช้ข้อมูลทางคลินิก ข้อมูลทางระบาดวิทยา และมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งถ้ามีผลแล็บขัดแย้งกัน เราต้องมีการตรวจซ้ำ เรามีกระบวนการอยู่" อธิบดีกรมควบคุมโรคชี้แจง

นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค อธิบายประเด็นการยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 ว่า กระบวนการตรวจหาเชื้อนั้น แพทย์จะเก็บตัวอย่าง 2 ตัวอย่างเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง

"บางกรณีที่ผลตรวจไม่สอดคล้องกันก็ต้องตรวจซ้ำ ประกอบกับเก็บข้อมูลว่าเขาติดเชื้อได้อย่างไร เพราะบางทีมีความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว จึงต้องใช้เวลา แต่ส่วนใหญ่ไม่ช้านะครับ อย่างกรณีผู้ป่วยใหม่ 4 รายที่แถลงวันนี้ (5 มี.ค.) ผลแล็บก็ออกมาเมื่อวานโดยไม่ขัดแย้งกัน แต่ในรายที่ผลแล็บไม่ตรงกันเราก็ต้องตรวจซ้ำเพื่อความมั่นใจ ตรงนี้เองที่ทำให้การยืนยันทิ้งช่วงไปอีก 1-2 วัน รวมทั้งการรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการควบคุมโรค ก็จะทำให้เราใช้เวลาในการสอบสวนข้อมูลเพิ่ม" นพ.โสภณกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

กรมควบคุมโรคระบุว่าการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วย 2 ตัวอย่างและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง หากผลขัดแย้งกันต้องส่งตรวจซ้ำ

"ถ้าจะกรุณาก็จะทำลายทิ้งไปซะ"

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก สธ.ชี้แจงเพิ่มเติมว่าเอกสารที่ "หลุด" ออกมานี้เป็นเอกสารภายในที่ใช้สื่อสารระหว่างหน่วยงานทางการแพทย์ จึงมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้รับทราบและรู้ทั่วถึงกัน

"เจตนาไม่ได้ต้องการให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก แต่ต้องการให้คุณหมอรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึงกัน...เราไม่ได้ปิดอะไรเลยนะครับ ถึงขนาดหลุดออกไปได้ ที่เรากังวลนิดหนึ่งคือเรื่องสิทธิของผู้ป่วย จึงต้องมีการใช้หัวกระดาษคนละสี" นพ.ทวีศิลป์ระบุ

อย่างไรก็ตาม บีบีซีไทยพบว่าเอกสารฉบับนี้ไม่มีข้อมูลที่เป็นการเปิดเผยเอกลักษณ์บุคคลของผู้ป่วย มีเพียงลำดับผู้ป่วย, วันที่ยืนยันผล, อายุ, ชนิดของผู้ป่วย (เช่น คัดกรองจากสนามบิน เดินทางมาพบแพทย์เอง หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา) อาการป่วย และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่ากรณีเอกสารสื่อสารภายในที่ "หลุด" ออกมานี้ "เป็นบทเรียนของพวกเราที่จะต้องมีการสื่อสารกันให้ดีกว่านี้" พร้อมกับขอความร่วมมือผู้ที่เข้าถึงเอกสารฉบับนี้ว่า "ถ้าจะกรุณาก็จะทำลายทิ้งไปซะ"

ตัวอย่างบางหน้าของเอกสารหัวสีชมพูที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักอนามัย กทม. ก่อนจะถูกนำออกจากเว็บไซต์ไป ซึ่งโฆษก สธ.บอกกับบีบีซีไทยว่าเป็นเอกสารที่ไม่ลับ แต่ไม่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

ที่มาของภาพ, กรมควบคุมโรค