คณากร เพียรชนะ : เสียงจากทนายจำเลยในคดีสุดท้ายของผู้พิพากษาคณากร "อยากให้อยู่ต่อสู้ไปด้วยกัน"

  • กุลธิดา สามะพุทธิ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ศาลจังหวัดยะลา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

หลังอ่านคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนในคดีหมายเลขดำที่ 3428/2561 นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีนี้ลงมือก่อเหตุฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรกในห้องพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดยะลาแต่มีผู้ช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ห้าเดือนหลังจากนั้นเขายิงตัวเองอีกครั้งที่บ้านพักใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ช่วงเช้าวันนี้ (7 มี.ค.2653) และครั้งนี้เขาเสียชีวิต

คดีหมายเลขดำที่ 3428/2561 ซึ่งเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้นายคณากรตัดสินใจเขียนแถลงการณ์กล่าวหาผู้บังคับบัญชาคืออธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 ว่าแทรกแซงการพิพากษาคดีนั้น เป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดยะลาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องชายมุสลิม 5 คนในความผิดต่อชีวิต อั้งยี่ ซ่องโจร จากเหตุฆาตกรรม 5 ศพที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อเดือน มิ.ย. 2561

ในแถลงการณ์ 25 หน้าที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กก่อนอ่านคำพิพากษาและยิงตัวเองบาดเจ็บในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2562 นายคณากรระบุว่าเขาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แต่อธิบดีผู้พิพากษาฯ มีคำสั่งให้แก้คำพิพากษาเป็นประหารชีวิตจำเลย 3 คน ส่วนอีก 2 คนให้จำคุก

นายคณากรเห็นว่า คำสั่งแก้ไขคำพิพากษานี้เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ทำตามระเบียบขั้นตอนแต่กลับสั่งเป็นบันทึกลับมาถึงเขาโดยตรง เขาจึงไม่ปฏิบัติตามและยืนยันในคำพิพากษายกฟ้อง รวมทั้งเขียนแถลงการณ์เพื่อ "ชี้แจงอธิบายมายังคนไทยที่รักความยุติธรรมทั้งประเทศเพื่อทราบความจริง"

นายคณากรยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาคดีหลายข้อ เช่น

  • คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรมชาย 5 คน ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คดีความมั่นคง แต่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยกลับใช้กฎหมายพิเศษทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พยานหลักฐานทั้งหมดกลับเกิดจากหรือเกิดมีขึ้นในขณะที่จำเลยทั้ง 5ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามเป็นเวลานานในฐานะผู้ต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษที่ใช้สำหรับคดีความมั่นคงหรือคดีก่อการร้าย
  • พยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลซักถาม คำรับสารภาพหรือบันทึกการยืนยันข้อเท็จจริง รวมถึงบันทึกคำให้การของจำเลยทั้ง 5 ที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนที่เกิดจากหรือเกิดมีขึ้นระหว่างที่จำเลยถูกควบคุมตัวไว้โดยกฎหมายพิเศษนั้น เป็นพยานหลักฐานที่ไม่ควรรับฟัง แต่หากศาลจะรับฟังก็เป็นเพียงพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักน้อยมาก ๆ ต้องรับฟังอย่างระมัดระวังอย่างสูง กล่าวคือถ้าไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมาประกอบสนับสนุนแล้ว พยานหลักฐานดังกล่าวย่อมไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊ก สื่อศาล

คำบรรยายภาพ,

สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เดินทางไปเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ซึ่งพักรักษาที่โรงพยาบาลยะลาเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2562

หลังเกิดเหตุนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 ซึ่งเป็นผู้ที่นายคณากรกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งแก้ไขคำพิพากษาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยืนยันว่าเขาไม่มีเจตนาแทรกแซงคดีและทำตามระเบียบทุกประการ พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่คณะกรรมการตุลาการมีมติเมื่อเดือน พ.ย. 2562 ให้นายคณากรไปช่วยทำงานชั่วคราวในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5จ.เชียงใหม่ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

"อยากให้อยู่สู้ไปด้วยกันต่อ"

นายอับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นทนายจำเลยในคดีนี้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีให้บีบีซีไทยฟังว่า หลังจากที่ผู้พิพากษาคณากรได้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562 แล้ว อัยการได้ยื่นอุทธรณ์และขณะนี้ทีมทนายจำเลยอยู่ระหว่างการยื่นแก้อุทธรณ์

ส่วนจำเลยทั้ง 5 คนนั้น 2 คนได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ส่วนอีก 3 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ

"ผมอาจจะเข้าใจและรับรู้บ้างในความรู้สึกกับท่านในฐานะคนหนึ่งในกลไกกระบวนการยุติธรรมในคดีที่ท่านได้อ้างถึงในฐานะทีมทนายความ แต่ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับท่านในสิ่งที่ท่านกระทำลงไป...การต่อสู้ของท่านนั้นไม่ใช่แค่ท่านคนเดียวที่กำลังต่อสู้ เราและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมไปภูมิภาคอื่น ๆ กำลังต่อสู้กับท่านเช่นเดียวกันแม้จะเราอยู่ในสถานะที่ต่างกัน" นายอับดุลเลาะห์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กหลังจากได้อ่าน "จดหมายลา" ของนายคณากรที่เขาเผยแพร่ก่อนยิงตัวเองที่บ้านพัก ใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค

ที่มาของภาพ, LEE HAYEEABU

คำบรรยายภาพ,

อับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลา เห็นด้วยว่ากระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาอย่างที่ผู้พิพากษาคณากรเขียนไว้ในแถลงการณ์

ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลา ซึ่งรับหน้าที่เป็นทนายจำเลยในคดีที่นายคณากรเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมาแล้วหลายคดี เคยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงการทำงานของนายคณากรว่ามักจะเปิดโอกาสให้อัยการซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์และทนายฝ่ายจำเลยนำสืบอย่างเต็มที่ และจดบันทึกคำให้การอย่างละเอียด

เขาบอกว่านายคณากร "เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด" และมักให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยเพื่อนำสืบในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในคดี

นายอับดุลเลาะห์บอกว่าเขาเสียใจและเสียดายต่อการเสียชีวิตของนายคณากร เพราะเชื่อว่าเขาและนายคณากรกำลังต่อสู้เรียกร้องในสิ่งเดียวกันนั่นคือความยุติธรรม โดยเฉพาะสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

"อยากให้ท่านอยู่ต่อสู้ไปด้วยกัน" นายอับดุลเลาะห์เผยความรู้สึก

ลำดับเหตุการณ์ผู้พิพากษาคณากรกระทำอัตวินิบาตกรรม

19 ส.ค.2562

ศาลจังหวัดยะลานัดฟังคำพิพากษาคดีฆาตกรรม 5 ศพ ซึ่งผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะเป็นเจ้าของสำนวนคดี แต่ได้มีการเลื่อนเป็นวันที่ 4 ต.ค. ซึ่งฝ่ายทนายจำเลยเชื่อว่าน่าจะมีการแก้ไขคำพิพากษา

4 ต.ค.2562

นายคณากรเผยแพร่แถลงการณ์ 25 หน้าซึ่งเขียนในรูปแบบของคำพิพากษาบนเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 ว่าสั่งแก้ไขคำพิพากษาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกับกล่าวถึงปัญหาที่เขาพบในกระบวนการยุติธรรมหลายประเด็น

หลังจากนั้นไม่นาน นายคณากรปรากฏตัวที่ห้องพิจารณาคดีและอ่านคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน ก่อนจะหยิบปืนที่พกมายิงตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส

6 ต.ค.2562

-นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เดินทางไปเยี่ยมนายคณากรที่โรงพยาบาลยะลา ซึ่งมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

-มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอำนาจพิเศษในทุกรูปแบบที่ส่งผลต่อการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และตรวจสอบการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมตามที่นายคณากรได้อ้างถึงในแถลงการณ์

ที่มาของภาพ, KUYI ETAE/BBC THAI

คำบรรยายภาพ,

ตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรีเดินทางเข้าเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ที่โรงพยาบาลยะลา เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2562

7 ต.ค.2562

-คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ซึ่งมีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุม มีมติตั้งอนุกรรมการวิสามัญสอบข้อเท็จจริงกรณีนายคณากรยิงตัวเองและออกแถลงการณ์อ้างว่าถูกแทรกแซงการพิจารณาคดี โดยให้คณะอนุกรรมการซึ่งมีนางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกาเป็นประธาน รายงานผลภายใน 15 วัน

-นายเฟดเดอริก ลอว์สกี้ ผู้อำนวยการภูมิภาคพื้นเอเชีย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists หรือ ICJ) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การพยายามฆ่าตัวตายของนายคณากร ย้ำให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เกิดความเป็นอิสระจากการเมืองมากขึ้น

"กรณีดังกล่าว แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงปัญหาที่เกิดจากการปรับใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างไม่เหมาะสมในภาคใต้ของไทยที่ส่งผลให้เกิดความกดดันทางเมืองต่อผู้พิพากษา" นายลอว์สกี้กล่าว

8 ต.ค.2562

ดร. วิสุทธ์ บินหลาเต๊ะ ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้เดินทางไปเยี่ยมนายคณากรที่โรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจ และได้ถ่ายทอดคำพูดของนายคณากรระหว่างการเข้าเยี่ยมว่า "ท่าน (นายคณากร) บอกว่าในส่วนของท่าน ท่านได้พยายามทำหน้าที่ของท่านแล้ว ที่เหลือคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐสภา ในการรับไม้ต่อเพื่อการแก้ไขกฎหมายให้ระบบยุติธรรมมีความเป็นอิสระมากขึ้น"

9 ต.ค.2562

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยคำพูดของนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 ซึ่งเป็นผู้ที่นายคณากร กล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งแก้ไขคำพิพากษาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายเพิ่มศักดิ์ยืนยันว่าเขาไม่มีเจตนาแทรกแซงคดีและทำตามระเบียบทุกประการ และหากนายคณากรยืนยันคำพิพากษายกฟ้องในคดีนี้ ก็สามารถยืนยันตามนั้นได้ เพียงแต่ที่นายเพิ่มศักดิ์ทักท้วงไปนั้นก็เพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ มีการพิจารณาโดยรอบคอบ

18 พ.ย.2562

ที่ประชุม ก.ต. รับทราบรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของคณะอนุกรรมการตุลาการวิสามัญกรณีนายคณากร และมติให้นายคณากรไปช่วยทำงานชั่วคราวในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และยังมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีการตรวจร่างคำพิพากษาของภาค ตลอดจนมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำ

7 มี.ค.2563

นายคณากรใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่บ้านพักใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถูกนำส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตในเวลา 10.45 น.โดยก่อนเกิดเหตุได้โพสต์ "จดหมายลา" ที่ระบุว่าหลังจากออกมาร้องเรียนผู้บังคับบัญชาและยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดี เขาได้ถูกศาลยุติธรรมตั้งคณะกรรมการสอบสวนและถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ทำให้ "ไม่อาจรับไหว" และ "เต็มไปด้วยความทุกข์" พร้อมกับยืนยันว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นเขาทำด้วยหัวใจบริสุทธิ์และต้องการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน