สธ. เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานและฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค

  • 18 มีนาคม 2020
บรรยากาศบริเวณสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี Image copyright Thai news pix

กรมควบคุมโรคแสดงความกังวลต่อพฤติกรรมของคนวัยทำงานและคนหนุ่มสาวซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ หลังจากพบว่าหลายคนไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่องการกักตัวและเพิ่มระยะห่างทางสังคม ส่งผลให้มีการแพร่เชื้อไปสู่คนจำนวนมาก

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวในการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ (18 มี.ค.) ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 35 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อสะสม 212 ราย โดยกลับบ้านได้แล้ว 42 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 169 ราย เสียชีวิต 1 ราย

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวและคนวัยทำงานที่ไม่ยอมลดกิจกรรมทางสังคมหรือไม่กักกันตัวเองหลังจากเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง

"ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยหนุ่มสาวและคนวัยทำงาน มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศที่เป็นพื้นที่เสี่ยง ไปสถานที่ที่มีคนแออัด ร่วมกิจกรรมสังสรรค์ และหลายคนไม่ลดกิจกรรมทางสังคม ไม่เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ที่สำคัญไม่ยอมกักกันตัวเองอย่างเคร่งครัด เมื่อป่วยหรือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ทำให้นำโรคไปติดทั้งคนใกล้ชิดในครอบครัวรวมทั้งเพื่อน ๆ...หากเป็นเช่นนี้ต่อไปการระบาดของโรคในประเทศก็จะขยายวง จนนำไปสู่ภาวะที่เราอาจจะควบคุมโรคได้ยากลำบาก ดังนั้นทุกคนต้องร่วมมือร่วมกันปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ย้ำนะครับว่า อย่างเคร่งครัด" นพ.สุวรรณชัยกล่าว

ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นใครบ้าง

อธิบดีกรมควบคุมโรคให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 35 รายที่พบนั้น จำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม

กลุ่ม 1 จำนวน 29 ราย เป็นผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 12 ราย เกี่ยวข้องกับสนามมวยราชดำเนินและสนามมวยลุมพินี 13 ราย และสถานบันเทิง 4 ราย

กลุ่ม 2 จำนวน 6 ราย ได้แก่ คนไทยที่เดินทางกลับจากกัมพูชา 1 ราย ผู้ทำงานใกล้ชิดและสัมผัสชาวต่างชาติ 4 ราย และรอผลสอบสวนโรคเพิ่มเติม 1 ราย

ขณะนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 3 ราย รักษาตัวอยู่ในสถาบันบำราศนราดูร 1 ราย อีก 2 ราย เป็นชายไทยอายุ 49 ปี อยู่ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และชาวเบลเยียมอายุ 67 ปี อยู่ที่โรงพยาบาลใน จ.เพชรบูรณ์

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ โรงภาพยนตร์สกาลาย่านสยามสแควร์ประกาศปิดชั่วคราวตั้งแต่วันนี้ (18 มี.ค.)

กรณีการติดเชื้อที่สนามมวยและสถานบันเทิง

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่าประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการแพร่ระบาดที่สนามมวยและสถานบันเทิง จึงย้ำอีกครั้งว่าขอให้ผู้ที่เข้าไปในสนามมวยลุมพินี และสนามมวยราชดำเนิน ตั้งแต่วันที่ 6 - 8 มี.ค.2563 รวมทั้งผู้ที่เข้าไปในสถานบันเทิง ร้านอาหารยามค่ำคืน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 9-10 มี.ค. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า ให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน หากมีไข้ ร่วมกับอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูก หายใจลำบาก อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลทุกสังกัดได้ฟรี

อธิบดีกรมควบคุมโรคชี้แจงเพิ่มเติมว่า เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการรวมตัวของคนหมู่มาก ดังนั้นการสืบหาต้นตอของการแพร่เชื้อจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการ "ตัดวงจรของการระบาด" ทันที โดยนำผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมาตรวจหาเชื้อ จึงเป็นที่มาให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้ และแม้ผลตรวจจะเป็นลบก็ให้กักตัวเองที่บ้านจนครบ 14 วัน

คัดกรองคนไทยที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย

จากกรณีที่มีคนไทยกลุ่มหนึ่งเดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโควิด-19 อย่างรวดเร็ว สธ.ได้เพิ่มบุคลากรที่ด่านควบคุมโรคชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อรองรับคนที่จะเดินทางกลับ รวมทั้งเพิ่มอุปกรณ์ในการเก็บตัวอย่างเชื้อ และอุปกรณ์ป้องกันให้กลุ่มเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจัดสถานที่เป็นหอผู้ป่วยแยกและพื้นที่กักตัว กรณีมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มมากขึ้น

Image copyright Thai news pix
คำบรรยายภาพ คณะจิตอาสาฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในบริเวณวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรวิหาร เมื่อ 17 มี.ค.

ชี้แจงเรื่องค่ารักษาและตรวจโควิด-19

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาอธิบายเรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อและรักษาโควิด-19 ว่าประชาชนที่เข้ารับการตรวจแล้วพบเชื้อจะได้รับการรักษาฟรีที่โรงพยาบาลทุกสังกัด ซึ่งเป็นไปตามประกาศ สธ. เรื่องกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ซึ่งครอบคลุมโรคโควิด-19 ที่จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาล

อย่างไรก็ตาม สธ. มีข้อแนะนำดังนี้

1. ผู้ที่มีความเสี่ยงป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรงขอให้เข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิ เช่น สิทธิประกันสังคม หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือสวัสดิการข้าราชการ แต่ผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉินสามารถเข้ารับบริการได้ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

2. ผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

-คนต่างชาติ ต้องใช้สิทธิประกันสุขภาพของตนเอง

-คนไทย หากมีประกันสุขภาพส่วนบุคคล ขอความร่วมมือใช้ประกันดังกล่าวก่อน และหากมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน รัฐจะเข้าไปดูแลให้ แต่หากไม่มีประกันส่วนบุคคลก็จะใช้แนวทางเสมือนเป็นผู้ป่วยวิกฤติ โดย สธ.จะหารือต่อไปว่าจะใช้งบประมาณส่วนใดมารองรับ

รัฐบาลให้วัดไทยทั่วโลกร่วมสวดมนต์ปัดเป่าโควิด-19 ตั้งแต่ 25 มี.ค.

ขณะที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้วัดทั่วราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศเตรียมเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตร เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจในช่วงสถานการณ์ประเทศเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในช่วงทำวัตรเย็น ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

Image copyright Thai News pix

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้เหตุผลว่า ตั้งแต่โบราณก็มีช่วงที่ประเทศประสบกับโรคภัยไข้เจ็บ เช่น การระบาดของโรคห่า หรืออหิวาตกโรค ก็จะมีการสวดมนต์บทนี้ เพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บและสิ่งไม่ดีให้พ้นจากประเทศไป ทั้งนี้ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งนายกฯ ก็บอกว่าดี เพราะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมกับให้ข้อแนะนำให้ระวัง หากประชาชนมารวมตัวกันมากอาจเกิดการติดเชื้อได้

เขาบอกด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำหนังสือกราบทูลเชิญสมเด็จพระสังฆราชเป็นองค์ประธานคณะสงฆ์ โดยมีวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร รวมถึงวัดในจังหวัดหลัก ๆ ร่วมด้วยในวันที่ 25 มี.ค. อย่างไรก็จะขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่นอกอุโบสถ และเว้นระยะห่างไม่ให้เกิดแออัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือหากเป็นไปได้อยากให้ร่วมฟังบทสวดมนต์ไปพร้อมกันที่บ้านพัก เพราะจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 11 (NBT) และช่อง 9

ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วันที่ 20 มี.ค. นี้ นายเทวัญเตรียมรายงานเรื่องนี้ให้ที่ประชุมรับทราบ เพื่อให้ทุกวัดได้สวดมนต์บทนี้ในช่วงหลังจากทำวัตรเย็นทุกวัน และได้คุยกับวัดต่าง ๆ เพื่อประสานขอความร่วมมือ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม