เกณฑ์ทหาร : รายงานแอมเนสตี้ฯ อ้างคำให้การทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกทำร้าย บังคับให้ “กินเหมือนหมา” และ “ล่วงละเมิดทางเพศ”

  • 23 มีนาคม 2020
การจับใบดำ-ใบแดงของชายไทย Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ การจับใบดำ-ใบแดงของชายไทยท่ามกลางกองเชียร์เป็นบรรยากาศที่พบเห็นเป็นประจำในช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี แต่ปีนี้กระทรวงกลาโหมได้สั่งให้งดกองเชียร์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ในกองทัพไทย วันนี้ (23 มี.ค.) พบว่า พลทหารต้องเผชิญกับพฤติกรรมป่าเถื่อน การตบตี และการล่วงละเมิดทางเพศ ทว่ารองเสนาธิการทหารยืนยันว่ากองบัญชาการกองทัพไทยดูแลทหารเกณฑ์ "ดุจญาติมิตรในครอบครัว"

รายงานเชิงสืบสวนที่ใช้ชื่อว่า "เราก็แค่ของเล่นของพวกเขา" การละเมิดสิทธิทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย" มีเนื้อหาฉบับภาษาอังกฤษ 47 หน้า โดยแอมเนสตี้ฯ ได้สัมภาษณ์ทั้งพลทหาร อดีตพลทหาร และผู้บังคับบัญชาของพวกเขารวม 26 นาย ระหว่าง ก.ย.-ต.ค. 2562 โดยเน้นเจาะข้อมูลในช่วงที่ทหารเกณฑ์เหล่านี้ได้รับการฝึกขั้นพื้นฐาน

พลทหารหลายคนกล่าวหาว่านอกจากบทลงโทษทางร่างกายแล้ว การฝึกรูปแบบต่าง ๆ ออกแบบมาเพื่อดูหมิ่นศักดิ์ศรี ในจำนวนนี้คือการกระโดดลงไปในบ่อเกรอะเก็บกักสิ่งปฏิกูล หรือถูกบังคับให้กิน "เหมือนหมา" ด้วยการใช้ปากเท่านั้น

ส่วนการล่วงละเมิดทางเพศและกลั่นแกล้งให้เกิดความอับอายนั้น พลทหารบางคนเล่าว่า ถูกครูฝึกบังคับให้สำเร็จความใคร่ตัวเอง และร้องครางต่อหน้ากันและกันจนกว่าจะหลั่งน้ำกามออกมา ส่วนอีกหลายคนบอกว่าเคยอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้

แคลร์ อัลการ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย รณรงค์ และนโยบาย ของแอมเนสตี้ฯ กล่าวในเอกสารแถลงข่าวว่า การล่วงละเมิดทหารเกณฑ์เป็นสิ่งที่รู้อย่างกว้างขวาง แต่ถูกเก็บเป็นความลับ งานวิจัยชิ้นนี้ต้องการแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติมิชอบนี้เกิดขึ้นจนเป็นปกติ มากกว่าเป็นข้อยกเว้น

อัลการ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับในสายการบังคับบัญชาแสดงความรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงนี้ และยุติการปฏิบัติมิชอบและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
คุยกับ ดร.ยูวาล กินบาร์ หนึ่งในผู้จัดทำรายงานแอมเนสตี้ฯ “เราก็แค่ของเล่นของพวกเขา”

ธำรงวินัยด้วยด้ามปืน

การลงโทษ หรือที่คนไทยรู้จักผ่านคำว่า "ธำรงวินัย" หรือ "การซ่อม" ต่อบรรดาทหารเกณฑ์ ที่ปรากฏในรายงานของแอมเนสตี้ฯ มีหลายรูปแบบทั้งการทุบตี เตะต่อย และใช้วัตถุต่าง ๆ ฟาด ไม่ว่าจะเป็น มือของผู้บังคับบัญชา, ไม้หน้าสาม, รองเท้าบูททหาร, หมวกกันน็อกทหาร หรือบางครั้งก็ใช้ด้ามปืน

พลทหารนายหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า "ผมเคยโดนตบครั้งหนึ่งตอนที่ไปห้องน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต พอกลับมา ครูฝึกก็สั่งให้ผมทำท่าออกกำลังกาย วิดพื้น พุ่งหลัง อะไรแบบนี้ พอผ่านไป 15 นาที ผมบอกว่าไม่ไหวแล้วกำลังจะเป็นลมแล้ว แต่เขาสั่งให้ทำต่อ พอผมทำไม่ได้ เขาบอกให้ผมลุกขึ้นยืนแล้วก็ตบหน้าผมฉาดเลย คนที่ทำเป็นจ่าครับ"

ขณะที่พลทหารอีกนายบอกว่า "ไม่มีวันไหนที่ไม่โดนซ่อม" และ "ครูฝึกเขามีเหตุผลจะซ่อมเราได้ทุกครั้ง บางทีก็บอกว่าตอบไม่ดังพอ อาบน้ำช้าเกินไป ไม่ทำตามคำสั่งเป๊ะ ๆ สูบบุหรี่"

เช่นเดียวกับพลทหารอีกนายเล่าว่าทหารเกณฑ์นายหนึ่งถูกจับได้ว่าดื่มเหล้า "เขาเลยโดนซ้อมหนักมาก ผมเห็นเลือดกบปากเขาเลย"

Image copyright BBC Thai

การทำกายบริหารและฝึกความอดทนของร่างกายคือหนึ่งในรูปแบบของการ "ธำรงวินัย" โดยทหารเกณฑ์ต่างบอกตรงกันว่าหมายรวมถึงการบังคับให้ยืนในท่าที่มักทำให้เป็นลม หรือได้รับบาดเจ็บ

หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า ในแต่ละวัน มักมีพลทหาร 3-4 คนเป็นลม แล้วถูกส่งตัวไปห้องพยาบาล ขณะที่ผู้ให้ข้อมูลอีกรายบอกว่า "คนที่เป็นลมบ่อย ๆ ส่วนมากเขาจะให้พัก แล้วก็กลับมาฝึกใหม่ แล้วก็เป็นลมอีก"

ในช่วงฝึกอาวุธ ยังเป็นอีกช่วงที่พลทหารจะถูก "ซ่อม"

พลทหารที่ใช้ชื่อว่า "สาโรช" เล่าว่าขณะฝึกกับปืนเก่า ทหารที่ไม่ทำตามสั่ง จะโดนสั่งให้กระโดด "พอกระโดดหัวก็จะชนกับด้ามปืนของจ่า พวกนี้ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อก ในกองร้อยผม ไม่มีใครเจ็บหนักมากตอนโดดแบบนี้ มีแค่คนเดียวที่ปวดหัวมากแล้วต้องเข้าโรงพยาบาล"

ฝึก "รถไฟ" ในห้องน้ำ

รายงานแอมเนสตี้ฯ ระบุว่า พลทหารหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าประจำการต้องทนทุกข์ทรมานกับความป่าเถื่อน และการล่วงละเมิดทางเพศอย่างเป็นกิจวัตรโดยเหล่าผู้บังคับบัญชา กลุ่มตัวอย่างที่ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ล้วนมีประสบการณ์การถูกล่วงละเมิด หรือเคยเห็นเหตุการณ์ หรือเคยได้ยินคำบอกเล่าจากเหยื่อ มีเพียง 2 คนที่บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นพฤติกรรมเหล่านี้

พลทหาร 9 นายที่เข้าฝึกใน 9 จังหวัดในระหว่างการฝึก 5 ผลัดที่แตกต่างกัน ได้บอกเล่าประสบการณ์การล่วงละเมิดทางเพศแบบรวมหมู่ซึ่งถูกเรียกว่า "รถไฟ" โดยมักเกิดขึ้นในห้องอาบน้ำรวม ทหารเกณฑ์ซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยกายจะถูกบังคับให้จับอวัยวะเพศของกันและกัน แล้วยืนต่อแถวหรือเดินวนไปเป็นวงกลมแบบขบวนรถไฟ

Image copyright Wana Wanlayangkoon
คำบรรยายภาพ ทหารเกณฑ์ 7 นายระบุว่า ครูฝึกบังคับให้พวกเขานอนทับกันขณะเปลือยกาย

ขณะที่บางวัน ครูฝึกก็สั่งให้บรรดาทหารเกณฑ์หมอบ หรือนอนคว่ำหน้าลงบนพื้นห้องน้ำ เป็นแถวต่อ ๆ กันไป "แล้วเอาหน้าไปตรงคนข้างหน้า แล้วใช้จูบกับสูดหายใจแบบนี้ 3-4 รอบ"

ส่วนพลทหารอีก 8 นายที่เข้าฝึกใน 8 จังหวัดและ 4 ผลัดที่แตกต่างกัน บอกว่า พวกเขาและเพื่อน ๆ หลายสิบคนถูกครูฝึกบังคับให้ช่วยตัวเองและร้องครางในห้องอาบน้ำรวมซึ่งเป็นที่สาธารณะ

พบ 3 กรณีข่มขืนทหารเกณฑ์ที่เป็น "เกย์"

พลทหารที่เป็นเกย์หรือถูกเข้าใจว่าเป็นเกย์มักตกเป็นเป้าหมายในการล่วงละเมิดทางเพศเสมอ เนื่องจากวิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือการแสดงออกที่แตกต่างออกไป บางส่วนถูกบังคับให้สร้างความบันเทิง ให้บีบนวดให้ครูฝึก และในบางสถานการณ์ได้นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศด้วย

งานวิจัยของแอมเนสตี้ฯ ชิ้นนี้พบการถูกข่มขืน 3 ราย การพยายามข่มขืน 1 ราย การทำเหมือนการข่มขืน 1 ราย ส่วนอีก 2 ราย ทหารเกญฑ์ถูกบังคับให้ "ตอบสนองความใคร่" แก่ครูฝึก ซึ่งดูเหมือนว่าอาจเป็นการข่มขืน เหยื่อส่วนใหญ่ในเหตุการณ์เหล่านี้ นิยามตัวเองว่าเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

ทหารเกณฑ์ที่ใช้ชื่อว่า "ฟง" และเปิดเผยตัวเองว่าเป็นเกย์ เล่าว่า "คืนหนึ่ง ฉันกำลังหลับอยู่บนเตียง ก็มีครูฝึก 5-6 คนบุกเข้ามาในมุ้งของฉัน มานอนข้าง ๆ อีกคนได้ดึงอวัยวะเพศออกมาแล้วพยายามยัดใส่ปากฉัน โดยคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดกรอกหูว่าเป็นอย่างไรบ้างน้องน้ำหวาน"

ฟงยังเผยวิธีเอาตัวรอดจากการถูกล่วงละเมิดในครั้งต่อ ๆ ไปว่าเป็นเพราะครอบครัวของเขาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รู้จักกันให้มาสั่งให้ครูฝึกพวกนั้นยุติการกระทำ

"สิ่งเหล่านี้เป็นอาชญากรรมร้ายแรงตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ควรมีการนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม" แอมเนสตี้ฯ ระบุ

ถูกบังคับให้กิน "เหมือนหมา"

นอกจากการล่วงละเมิดทางเพศและร่างกาย บรรดาทหารเกณฑ์ยังพูดถึงการถูกบังคับให้ทำเรื่องน่าอับอายขายหน้า ซึ่งบ่อยครั้งที่เหตุเกิดในระหว่างมื้ออาหาร

ทหารเกณฑ์ 6 นายบอกว่าถูกบังคับให้กิน "เหมือนหมา" โดยพลทหารที่ใช้ชื่อว่า "ลภ" อธิบายความหมายไว้ว่า เขาต้องเอาถาดอาหารวางไว้บนพื้น เอามือไพล่หลัง แล้วกินท่านั้น ใช้แค่ปาก บ่อยครั้งที่ถูกสั่งให้กินไข่ต้มทั้งเปลือก หรือสั่งให้นำอาหารคาวอาหารหวานมาเทผสมไว้ในชามเดียวแล้วกินไปทั้งอย่างนั้น

ขณะที่ครูฝึกที่ใช้ชื่อว่า "สิน" ไม่ได้ปฏิเสธว่าการละเมิดเกิดขึ้น เพียงแต่อธิบายว่า "ที่โรงเลี้ยง เราจะสั่งให้ทหารหยุดกินทันทีหรือทำอะไรก่อนกิน เขาเรียกว่า 'เหงื่อแลกข้าว'"

Image copyright Wana Wanlayangkoon
คำบรรยายภาพ ทหารเกณฑ์อย่างน้อย 6 นายเล่าประสบการณ์การถูกสั่งให้กิน "เหมือนหมา"

"ดุจญาติมิตรในครอบครัว"

พล.อ.อ.เฉลิมชัย ศรีสายหยุด รองเสนาธิการทหาร ทำการแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ทำหนังสือตอบกลับแอมเนสตี้ฯ เพื่อชี้แจงเนื้อหาในรายงานดังกล่าว ก่อนการเผยแพร่รายงานฉบับนี้

พล.อ.อ.เฉลิมชัย ไม่ได้ลงรายละเอียดในแต่ละกรณี แต่ระบุอย่างกว้าง ๆ ว่ากองบัญชาการกองทัพไทยมีนโยบายดูแลทหารกองประจำการ "ดุจญาติมิตรในครอบครัว" พร้อมย้ำว่าการปฏิบัติต่อทหารกองประจำการมีระเบียบปฏิบัติของทางราชการที่วางไว้อยู่แล้ว "ผู้ใดละเมิดต่อทหารกองประจำการย่อมมีโทษทางอาญาและวินัยแต่ละกรณีไป"

บีบีซีไทยได้ติดต่อขอความเห็นจาก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เกี่ยวกับรายงานของแอมเนสตี้ฯ แต่เจ้าตัวติดภารกิจประชุม และขอเวลาอ่านและสรุปรายงานฉบับดังกล่าวก่อน จึงจะให้ความเห็นได้ในวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.)

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี โดยชายไทยต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจก่อนขึ้นบัญชีเป็นทหารเกณฑ์ แต่สำหรับปี 2563 มีการเลื่อนการตรวจเลือกทหารจากเดิมวันที่ 1-11 เม.ย. เป็น 16-26 เม.ย. เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 จึงต้องจัดเตรียมสถานที่และบุคลากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ทหารเกณฑ์ทุกนายต้องเข้ารับการฝึกขั้นพื้นฐานเป็นเวลา 10-12 สัปดาห์ ก่อนถูกส่งไปประจำการตามหน่วยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีการฝึกเพิ่มเติม

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ชายคนนี้ไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้เขาต้องกลายเป็นทหารเกณฑ์

คุยกับหนึ่งในผู้จัดทำ

ดร.ยูวาล กินบาร์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของแอมเนสตี้ฯ หนึ่งในทีมวิจัย บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาคิดว่าทุกกองทัพก็มีปัญหา จุดมุ่งหมายของการทำรายงานฉบับนี้ไม่ใช่เพื่อต้องการเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่น แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า การปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ในไทยนั้นมีความรุนแรงมาก มีการลงโทษด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินมาก่อนในประเทศอื่น จริงอยู่ที่ว่ากองทัพต้องมีระเบียบวินัย และมีการลงโทษ แต่การลงโทษบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่สมควร ไม่ว่าจะเป็น การทุบตีทำร้ายผู้อื่น การบังคับให้ฝึกหนักจนได้รับบาดเจ็บ หรือการสร้างความอับอายขายหน้า

"สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิธีลงโทษที่สมเหตุสมผล ทหารเกณฑ์ก็คือคน เขาก็มีสิทธิในชีวิตของเขาที่ไม่ควรถูกล่วงละเมิด"

ดร.กินบาร์เล่าว่า ตอนที่สัมภาษณ์อดีตทหารเกณฑ์ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ บางคนเล่าไปร้องไห้ไป และหลายคนบอกว่ายังฝันร้ายเป็นประจำ ซึ่งเขาชี้ว่าการล่วงละเมิดทางเพศต่อทหารเกณฑ์นเป็นส่วนหนึ่งของ "วงจรอำนาจ" กล่าวคือผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกอยู่ใต้อำนาจและไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งใด ๆ ได้เพราะรู้สึกกลัวผลของการปฏิเสธผู้มีอำนาจเหนือกว่า จึงต้องจำยอมให้ถูกล่วงละเมิด ในขณะเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาก็ตระหนักถึงอำนาจในมือตัวเอง จึงใช้มันเพื่อล่วงละเมิดทางเพศหรือสั่งให้พลทหารทำอะไรก็ได้

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ในระหว่างการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ของกระทรวงกลาโหม ส.ส.ฝ่ายค้านได้หยิบยกกรณีการเกณฑ์ทหารเพื่อไปเป็น "พลทหารรับใช้" มาวิจารณ์ โดยชี้ว่า "นายพลโตแล้วควรซักผ้าเองได้"

ผลพวงของการถูกล่วงละเมิด ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกหยามเกียรติให้อับอายขายหน้านั้น ส่งผลต่อสภาพจิตของทหารเกณฑ์ในระยะยาว แอมเนสตี้ฯ จึงแนะนำให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระจากกองทัพเพื่อสืบสวนกรณีเหล่านี้อย่างละเอียด โดยทำงานร่วมกับแพทย์ จิตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อดูว่าการปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์แบบที่เป็นอยู่นี้มันเลวร้ายอย่างไร ต้องแก้ไขอย่างไร และสามารถเรียนรู้จากหน่วยงานทหารของประเทศอื่นได้นอกจากนี้

อีกทางเลือกหนึ่งที่ ดร.กินบาร์เสนอคือ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุบ่อย ๆ หรือเพื่อสอดส่องความเป็นไปในค่ายทหาร แต่ในระยะยาวแล้วต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างความเข้าใจให้ผู้บังคับบัญชา เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เห็นพลทหารเกณฑ์หน้าใหม่เหล่านี้เป็นมนุษย์ เหมือนกับที่ชื่อเรื่องของรายงานบอก "เราก็เป็นแค่ของเล่นเขา" ซึ่งกองทัพต้องเปลี่ยนแนวคิดเหล่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม