ไวรัสโคโรนา : ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 111 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 1,045

  • 26 มีนาคม 2020
วัดอุณหภูมิผู้ขับขี่ Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจวัดอุณหภูมิผู้ขับขี่ที่จุดคัดกรองควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริเวณ ถ.ราชพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน รอยต่อกับ จ.นนทบุรี

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยเพิ่มเป็น 1,045 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงวันนี้ (26 มี.ค.) ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 111 ราย พร้อมกับเตือนว่าหากประชาชนไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดเพื่อควบคุมโรคระบาดอย่างเคร่งครัด จำนวนผู้ป่วยสะสมอาจเพิ่มเป็น 3,500 รายภายในเวลา 1 เดือน

ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย มีบุคลากรทางการแพทย์อยู่ด้วย 3 ราย รวมบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อแล้ว 9 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยอาการหนักยังเท่าเดิม คือ เสียชีวิต 4 ราย และอาการหนัก 4 ราย และรักษาหายแล้ว 88 ราย

นพ.อนุพงค์ สุจริยากุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ประเมินสถานการณ์ว่าหากยังไม่มีการปฏิบัติตามข้อห้าม และการขอความร่วมมืออย่างเคร่งครัด ประเทศไทยอาจจะมีผู้ป่วยสะสมถึง 3,500 คน ภายในวันที่ 30 เม.ย.

นพ.อนุพงค์กล่าวว่า หากการมาตรการต่าง ๆ ที่ออกตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินใช้ได้ผล รวมทั้งการรณรงค์ "หยุดเชื้อเพื่อชาติ" ได้ผลดี หน่วยงานด้านสาธารณสุขก็ยังสามารถรับมือสถานการณ์ได้

ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นใครบ้าง

นพ.อนุพงค์ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ได้รับการยืนยัน 111 รายในวันนี้นับว่าเป็นลำดับที่ 935-1,045 แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่ม 1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 29 ราย

  • สนามมวยลุมพินีและสนามมวยราชดำเนิน 6 ราย
  • สถานบันเทิงในกรุงเทพฯ 3 ราย
  • สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า 19 ราย
  • เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย อยู่ใน จ.ปัตตานี

กลุ่ม 2 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19 ราย

  • ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 ราย เป็นคนไทย 5 ราย ชาวต่างชาติ 1 ราย
  • ผู้ที่อยู่ในย่านชุมชนที่มีคนหนาแน่นหรือทำงานใกล้ชิดนักท่องเที่ยว 9 ราย เป็นพนักงานบริษัทและพนักงานร้านนวด
  • บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย

กลุ่ม 3 ยืนยันการพบเชื้อแล้ว แต่อยู่ระหว่างรอสอบสวนโรค 63 ราย

สถานการณ์โควิด-19 ในไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มี.ค.)
ผู้ป่วยสะสม รักษาใน รพ. รักษาหายแล้ว เสียชีวิต
1,045 953 (อาการหนัก 4 ราย) 88 4

เป็นห่วงบุคลากรทางการแพทย์

ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรคแสดงความกังวลต่อจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 9 รายในสัปดาห์นี้ โดยเขาระบุว่ากว่าครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ติดเชื้อเพราะตรวจรักษาหรือเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยที่ไม่ได้บอกประวัติความเสี่ยง ทำให้ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวเองอย่างเหมาะสม

"บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขถือเป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว...มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้บอกประวัติว่าเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด ซึ่งตรงนี้ทำให้คุณหมอไม่ตระหนักพอ ทำให้รับเชื้อ" นพ.อนุพงค์กล่าว

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ บุคลากรทางการแพทย์ที่วชิรพยาบาลในกรุงเทพฯ กำลังปฏิบัติหน้าที่ที่คลินิกไข้หวัดเพื่อคัดกรองผู้ป่วย

"หมอทำงานหนักมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ไม่สามารถมีเวรผลัดได้เลย เหนื่อย ลำบาก โอกาสเสี่ยงมี ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหมือนกัน... ก็ต้องเกิดน้อยที่สุดครับ" นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรคกล่าว

สธ.แถลงยืนยันพบบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบ 3 วันนี้

วันที่ 24 มี.ค. 4 ราย

วันที่ 25 มี.ค. 2 ราย

วันที่ 26 มี.ค. 3 ราย

ติดเชื้อทะลุ 1,000 ทำไมถึงยังอยู่ "ระยะที่ 2"

นพ.อนุพงค์ยอมรับว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อเป็นกลุ่มใหญ่ที่สนามมวยและสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ รวมทั้งกลุ่มคนที่เดินทางไปร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย ทำให้สถานการณ์ในขณะนี้ "ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมาย"

เขาอธิบายว่าที่ผ่านมา เมื่อประเทศไทยที่เข้าสู่ระยะที่ 2 ของการระบาด คือ พบการติดเชื้อระหว่างคนสู่คนในประเทศในวงจำกัดนั้น สธ.ได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดและเพิ่มขึ้นช้าที่สุด หรือหน่วงระยะเวลาให้นานที่สุดก่อนจะเข้าสู่ระยะที่ 3 คือการแพร่ระบาดในวงกว้างโดยไม่สามารถหาที่มาของการติดต่อได้ เพราะหากยืดเวลาได้นาน ก็จะมีเวลาเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ได้พร้อมยิ่งขึ้น

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ กระทรวงสาธารณสุขหวังว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคจะบังคับใช้ได้ผล

แต่การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผู้ติดเชื้อจาก 3 กลุ่มที่กล่าวข้างต้นได้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม นพ.อนุพงค์ยืนยันว่าขณะนี้การระบาดของโควิด-19 ของไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่การสอบสวนโรคยังสามารถหาความเชื่อมโยงของผู้ติดเชื้อได้

"เมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าสู่ระยะ 3 หมายถึงมีการขยายตัวของการติดเชื้อในวงกว้างและการสอบสวนโรคไม่สามารถที่จะหาความเชื่อมโยงของผู้ติดเชื้อได้ หรือบอกไม่ได้ว่าผู้ป่วยยืนยันนั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่น เชื่อมโยงกับกลุ่มสนามมวย สถานบันเทิงหรือการร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย แต่ขณะนี้เรายังหาความเชื่อมโยงได้ จึงเรียนว่าตอนนี้เราก็ยังอยู่ในระยะ หรือเฟสที่ 2 แต่สถานการณ์ต่างจังหวัดเราก็เห็นว่ามันเพิ่มขึ้นซึ่งก็มีเหตุมีผลของมันอยู่" นพ.อนุพงค์กล่าว

ทวิตเตอร์ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ของรัฐบาล "ลั่น"

ก่อนหน้าการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันนี้ เมื่อเวลา 11.08 น. ศูนย์ข้อมูลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ทวีตข้อความทางบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Covid19Thailand ว่า วันนี้ (26 มี.ค.) ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 111 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 1,045 ราย ก่อนจะลบทวีตดังกล่าวออกอีกในอีก 20 นาทีต่อมา

การให้ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะเกิดขึ้นก่อนมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวประจำวัน แม้ว่าเมื่อวานนี้จะมีคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 ว่าตัวนายกฯ เท่านั้นที่จะเป็น "ผู้รายงานโดยตรงต่อประชาชน" หรือเป็นบุคคลที่นายกฯ มอบหมาย

ผลจากการเผยแพร่สถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทางสื่อสังคมออนไลน์ของศูนย์ข้อมูลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะตั้งโต๊ะแถลงข่าว ทำให้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องชี้แจงสื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาล ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เมื่อเวลา 11.38 น. โดยระบุตอนหนึ่งว่า "ต้องขออภัยจริง ๆ ที่ได้โพสต์ภาพกราฟออกไปก่อน ไม่ได้มีเจตนาจะให้ข้อมูลก่อนทางสาธารณสุข"

เธอระบุด้วยว่า เนื้อหาที่ได้โพสต์ไปเน้นส่วนสำคัญคือ การกระจายตัวของโรคที่แพร่ออกไปต่างหวัด เพื่ออธิบายเหตุผลทำไมถึงขอให้ประชาชนงดเดินทาง

วิดีโอน่ารู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม