โควิด-19: แผนที่ อินโฟกราฟิก ยอดติดเชื้อ-เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลก ล่าสุดติดเชื้อแตะ 115 ล้านรายแล้ว

อนุทินฉีดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Facebook/อนุทิน ชาญวีรกูล

คำบรรยายภาพ,

"มาฉีดวัคซีนตามแพทย์แนะนำ กราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี มาให้กำลังใจ" นายอนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ข้อความและภาพถ่ายในเฟซบุ๊กหลังรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นคนแรกของไทย

หลายชาติทยอยฉีดวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 แล้ว รวมทั้งไทยที่เพิ่งเริ่มฉีดเข็มแรกในวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากเกิดการแพร่ระบาดมาตั้งแต่ปลายปี 2562

แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้น แต่โดยภาพรวมเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นเนื่องจากบางประเทศมียอดผู้ติดเชื้อลดลง อาจจะเป็นด้วยมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการฉีดวัคซีน

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงทั่วโลกจะมีมากกว่าตัวเลขข้างต้นที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ Worldmeter.com

บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 มาสรุปในรูปแบบอินโฟกราฟิก เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของวิกฤตโควิด-19 ที่ยังไม่มีใครคาดได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

สถานการณ์ในประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังจากเกิดการระบาดระลอกที่ 2 ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2563 โดยมีรายงานว่า เริ่มต้นระบาดที่ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ก่อนที่จะพบในพื้นที่ต่าง ๆ ตามมา ผ่านกลุ่มลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และเครือข่ายการพนัน

ที่ประชุมศปก.ศบค. วันที่ 3 มี.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ภาพรวมได้แล้ว และมีวัคซีนเข้ามาประสานต่อเนื่อง ซึ่งต้องเร่งเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เดินหน้า ภายใต้สมดุลกันทั้งการผ่อนคลายมาตรการ และความปลอดภัยของประชาชน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่าที่ประชุมมีการกล่าวถึง กระบวนการฉีดวัคซีนที่ต้องดูแลให้รอบคอบและปลอดภัย เนื่องจากมีการรายงานผลข้างเคียงจากการฉีด ซึ่งมีบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่งเป็นผู้ที่มีการแพ้ยาเพนิซิลิน เมื่อได้รับการฉีดผ่านไปราว 3 ชม. ก็มีอาการของการแพ้วัควีน

โฆษกศบค. กล่าวว่า เมื่อมีการฉีดในจำนวนมากขึ้น ผลข้างเคียงที่อาจจะเจอก็อาจจะเยอะขึ้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องทำความเข้าใจ และลดความกังวลสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

Nope

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของศบค. วันที่ 3 มี.ค. มีข้อมูลสำคัญดังนี้

พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 35 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 25 (มาจากระบบเฝ้าระวัง 17 ราย และค้นหาเชิงรุก 8 ราย) รและผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย โดยมี 4 ราย เข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติจากเมียนมา แต่ตอนนี้เข้าสู่สถานที่กักกันของรัฐแล้ว

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อสะสม 26,108 ราย ยังคงรักษาตัว 541 ราย ผู้เสียชีวิตคงที่ 84 ราย

ไทยเริ่มฉีดวัคซีนต้านโควิดแล้ว

หลังจากที่ซิโนแวคจัดส่งวัคซีน "โคโรนาแวค" ล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสถึงไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลไทย และผ่านการตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกในประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี เป็นเวลา 4 วัน โดยฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกตามแผนจัดการวัคซีนของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

สำหรับวัคซีน 2 แสนโดสล็อตแรกของซิโนแวคจะถูกกระจายไปใน 13 จังหวัดที่ ศบค. ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สมุทรสาคร) พื้นที่ควบคุม (กทม.ฝั่งตะวันตก, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, อ.แม่สอด จ.ตาก, นครปฐม, สมุทรสงคราม และราชบุรี) และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม (ชลบุรี, ภูเก็ต, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ เชียงใหม่) โดยให้อำนาจกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณาผู้ที่เหมาะสมในการฉีด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ติดต่อผู้ที่เข้าเกณฑ์และอยู่ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้มารับวัคซีน โดยกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มแรกที่จะได้รับวัคซีน ประกอบด้วย

  • บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตเรื้อรังระยะ 5 ขึ้นไป, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด, โรคเบาหวาน, โรคอ้วนที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กก. ขึ้นไป
  • ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
  • เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย

พบบุคลากรทางการแพทย์มีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน

ผ่านไปแล้ว 3 วันนับตั้งแต่ไทยเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรก นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การติดตามเรื่องความปลอดภัยหลังการฉีดเป็นประเด็นสำคัญ จากรายงานการเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์นั้น พบผู้ที่มีอาการทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรงรวมแล้ว 20 ราย

อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า มีผู้ที่ได้รับวัคซีนรายหนึ่งเป็นหญิง อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ที่พบมีอาการรุนแรง โดยในตอนแรกจากการเฝ้าระวังอาการหลังการฉีด 30นาทียังปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปราว 4-5 ชม. เริ่มคลื่นไส้ อาเจียน ก่อนจะมีการตรวจพบมีความดันโลหิตต่ำ เมื่อทำการรักษาโดยการฉีดยาอะดรีนาลีนแล้วอาการดี ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters

"คนนี้เป็นผู้หญิงนะครับ เป็นบุคลากรทางการแพทย์ อายุ 28 ปี เขามีประวัติว่าเคยแพ้(ยา) เพนิซิลลินตั้งแต่เด็ก ๆ"

นอกจากนั้นอีก 19 ราย นพ.โอภาส กล่าวว่า เป็นผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง รายหนึ่งมีอาการอักเสบบริเวณที่ฉีด รายอื่น ๆ มีอาการคลื่นไส้ ปวดเมื่อย และที่เหลือส่วนใหญ่มีอาการเหนื่อย

โดยในการฉีดวัคซีนหากเกิดการแสดงอาการที่ไม่พึงประสงค์เช่นนี้ก็จะมีการรวบรวมข้อมูล เข้าที่ประชุมอย่างเร่วด่วน โดยเบื้องต้นก็ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยจะเน้นสิ่งสำคัญคือการเฝ้าระวังหลังการฉีด 30 นาที ซึ่งโดยส่วนใหญ่หากมีอาการจะปรากฏรุนแรงภายใน 15 นาที หากนานกว่านั้นมักเป็นอาการเล็กน้อย รักษาได้ทัน

นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ถึง 2 มี.ค. มีผู้ได้รับวัคซีนไปแล้ว 7,262 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 6,784 ราย เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย 365 ราย บุคคลที่มีโรคประจำตัว 22 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง (เบื้องต้นเป็นแม่ค้าพ่อค้าในพื้นที่ตลาด จ.สมุทรสาคร และปทุมธานี) 91 ราย

สถานการณ์รอบโลก

สำหรับสถานการณ์รอบโลกยังคงมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยรายใหม่ยังสูงกว่า 3 แสนรายต่อวัน โดยล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้น 115 ล้านคน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 2.5 ล้านรายแล้ว

สหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก คือ กว่า 29.37 ล้านราย เสียชีวิต 5.29 แสนราย ตามมาด้วยอินเดีย บราซิล รัสเซียและสหราชอาณาจักร

ส่วนในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน อย่าง มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,555 ราย เมียนมา 49 ราย จีน 11 ราย สิงคโปร์ 8 ราย เป็นต้น

ตามแผนที่

จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วทั่วโลก

Group 4

โปรดอัพเกรดเบราเซอร์ของคุณเพื่อประสบการณ์รับชมอย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา : มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์, หน่วยงานสาธารณสุขระดับประเทศต่าง ๆ

ตัวเลขล่าสุด 16 เมษายน 2564 15:25 GMT+7

ข้อมูลโดยละเอียด

เลื่อนตารางเพื่อดูข้อมูลเพิ่ม

*จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากรหนึ่งแสนคน

สหรัฐอเมริกา 564,848 172.7 31,536,085
บราซิล 373,335 178.2 13,943,071
เม็กซิโก 212,339 168.3 2,305,602
อินเดีย 178,769 13.2 15,061,805
สหราชอาณาจักร 127,270 189.6 4,387,820
อิตาลี 116,927 192.9 3,870,131
รัสเซีย 103,834 71.2 4,649,044
ฝรั่งเศส 100,733 155.0 5,289,526
เยอรมนี 80,052 96.3 3,155,522
สเปน 76,981 164.9 3,407,283
โคลอมเบีย 68,328 137.6 2,652,947
อิหร่าน 66,732 81.6 2,237,089
โปแลนด์ 62,032 163.6 2,688,025
อาร์เจนตินา 59,228 133.5 2,694,014
เปรู 57,230 178.9 1,704,757
แอฟริกาใต้ 53,736 93.0 1,566,769
อินโดนีเซีย 43,424 16.2 1,604,348
ยููเครน 41,748 94.4 2,006,073
ตุรกี 35,926 43.6 4,268,447
สาธารณรัฐเช็ก 28,532 267.5 1,602,711
โรมาเนีย 26,232 134.5 1,029,304
ฮังการี 25,184 259.4 750,508
ชิลี 25,177 134.4 1,124,718
เบลเยียม 23,747 206.8 949,996
แคนาดา 23,611 63.7 1,129,371
เอกวาดอร์ 17,703 103.6 360,546
โปรตุเกส 16,945 165.2 831,001
เนเธอร์แลนด์ 16,919 99.2 1,404,029
ปากีสถาน 16,316 7.7 761,437
ฟิลิปปินส์ 15,960 15.0 936,133
บัลแกเรีย 15,195 215.5 386,381
อิรัก 14,981 39.0 977,175
สวีเดน 13,788 138.3 900,138
อียิปต์ 12,738 12.9 216,334
โบลิเวีย 12,648 111.4 289,066
สโลวาเกีย 11,106 203.7 375,974
สวิตเซอร์แลนด์ 10,510 123.3 632,399
บังกลาเทศ 10,385 6.4 718,950
ออสเตรีย 9,898 111.3 593,423
ตูนิเซีย 9,783 84.6 285,490
ญี่ปุ่น 9,612 7.6 535,747
กรีซ 9,462 89.9 315,273
โมร็อกโก 8,945 24.8 505,811
จอร์แดน 8,246 82.7 685,973
บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา 7,788 234.3 188,994
กัวเตมาลา 7,221 41.9 212,734
เลบานอน 6,925 101.0 510,403
ซาอุดีอาระเบีย 6,823 20.2 404,970
โครเอเชีย 6,562 157.9 307,790
อิสราเอล 6,338 75.6 837,160
ปานามา 6,188 148.1 360,841
เซอร์เบีย 5,991 85.8 662,368
มอลโดวา 5,571 137.5 245,897
ปารากวัย 5,313 76.4 250,165
ฮอนดูรัส 4,957 51.7 200,935
จีน 4,845 0.3 102,242
ไอร์แลนด์ 4,836 100.4 243,508
มาซิโดเนียเหนือ 4,443 213.3 147,094
สโลวีเนีย 4,159 200.2 232,071
อาเซอร์ไบจาน 4,140 41.6 300,666
จอร์เจีย 3,939 98.4 295,358
อาร์เมเนีย 3,878 131.4 208,520
ลิทัวเนีย 3,770 134.6 234,232
สาธารณรัฐโดมินิกัน 3,418 32.2 261,129
เอธิโอเปีย 3,370 3.1 242,028
คาซัคสถาน 3,291 18.0 341,599
เมียนมา 3,206 6.0 142,628
แอลจีเรีย 3,155 7.5 119,642
เนปาล 3,083 11.0 284,673
คอสตาริกา 3,071 61.4 228,577
ดินแดนปาเลสไตน์ 3,017 62.0 280,741
ลิเบีย 2,896 43.4 171,880
อัฟกานิสถาน 2,539 6.8 57,793
เคนยา 2,481 4.8 151,653
เดนมาร์ก 2,455 42.7 242,633
เบลารุส 2,423 25.6 344,223
แอลเบเนีย 2,342 81.2 129,594
ซูดาน 2,208 5.3 33,022
คอซอวอ 2,080 112.7 101,191
เอลซัลวาดอร์ 2,078 32.4 67,557
ไนจีเรีย 2,061 1.1 164,233
ลัตเวีย 2,053 106.5 111,334
อุรุกวัย 1,908 55.3 164,744
เวเนซุเอลา 1,905 6.6 183,190
โอมาน 1,878 38.9 180,031
เกาหลีใต้ 1,801 3.5 114,646
คีร์กิซสถาน 1,555 24.7 92,095
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1,554 16.1 497,154
ซิมบับเว 1,553 10.8 37,751
คูเวต 1,448 35.0 256,987
ซีเรีย 1,446 8.5 21,142
มอนเตเนโกร 1,429 227.6 95,551
มาเลเซีย 1,378 4.4 375,054
แซมเบีย 1,235 7.1 90,918
มาลาวี 1,138 6.3 33,941
เยเมน 1,126 4.0 5,812
เอสโตเนีย 1,092 82.5 117,554
เซเนกัล 1,091 6.9 39,782 </