โควิด-19 : ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 28 ราย ต่ำสุดในรอบหลายเดือน เตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์สัปดาห์หน้า

ผู้คนรอขึ้นเรือ

ที่มาของภาพ, Getty Images

วันนี้ (17 เม.ย.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 ล่าสุด เพิ่มขึ้น 28 รายนับเป็นตัวเลขต่ำที่สุด หลังการระบาดเป็นกลุ่มก้อน เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา ชี้หากประชาชนร่วมมือกันดีตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม มีโอกาสผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ย้ำ "ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก"

ถ้อยแถลงของโฆษก ศบค. ระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลลดลงมายังหลักร้อยที่ 964 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 2,700 ราย ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

ผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นมาในวันนี้รายที่ 47 นั้น เป็นหญิงไทย อายุ 85 ปี มีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยมาก่อนหน้า ก่อนที่จะเข้ารับการรักษา รพ.ในจ.ชุมพร ด้วยอาการ ไข้ ไอ หอบ พบปอดอักเสบรุนแรง ผลยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่มีอาการแย่ลง จนเสียชีวิตในที่สุด

"สำหรับคนที่สูงอายุและก็มีโรคประจำตัว เรื่องของการดูแลรักษาและสัมผัสใกล้ชิดก็ฝากให้ได้เรียนรู้กัน เพราะเราไม่อยากให้เกิดการสูญเสียนี้กับใครเลยครับ" นพ.ทวีศิลป์กล่าว

สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19. ติดเชื้อ: 4,026 เสียชีวิต: 60 หายแล้ว: 3,822.  .

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยืนยันวันนี้มีทั้งหมด 28 ราย แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้

  • ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 16 ราย
  • ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย ได้แก่ กลุ่มที่ไปสถานที่ชุมนุมชน 1 ราย อาชีพเสี่ยง 4 ราย
  • อยู่ระหว่างการรอสอบสวนโรค 7 ราย

โฆษก ศบค. ยังเปิดเผยข้อมูลจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 14 วัน (3-16 เม.ย.) ทั้งหมด 27 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อนรวม 9 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และอ่างทอง

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมจนถึงขณะนี้ประเทศไทยมี 2,700 ราย ยังคงกระจายใน 68 จังหวัด สูงสุดที่กรุงเทพฯเช่นเดิม 1,371 ราย ตามด้วย ภูเก็ต 192 ราย นนทบุรี 148 ราย สมุทรปราการ 108 ราย เป็นต้น โดยภูเก็ตยังคงมีอัตราส่วนการป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

โดยทั่วโลกนั้นมีผู้ป่วยสะสมกว่า 2,182,197 ราย และเสียชีวิต 145,521 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 10,905 รายภายในวันเดียว ซึ่งสหรัฐอเมริกายังมียอดผู้ป่วยสะสมและเสียชีวิตสูงสุด ขณะที่ในภูมิภาคเอเชีย ญี่ปุ่นกำลังคงน่าเป็นห่วง หลังผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 605 รายเมื่อวานนี้

เตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

นพ.ทวีศิลป์ ยังระบุว่า ศบค. เตรียมพิจารณาผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ภายในสัปดาห์หน้า โดยต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ 6 ข้อ จากองค์การอนามัยโลก ได้แก่

  • สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศได้แล้ว : นพ.ทวีศิลป์ อธิบายว่า ปัจจุบันถือว่าสามารถควบคุมได้ระดับหนึ่ง แต่อาจจะต้องมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เป็นศูนย์ หรือคงที่ต่อเนื่องสักระยะ โดยจะต้องพูดคุยกันในเชิงวิชาการ
  • ระบบสุขภาพต้องสามารถ "ตรวจหาผู้มีอาการของโรค ตรวจหาเชื้อ แยกตัวและทำการรักษา พร้อมทั้งทำการสอบสวนโรค" : นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า ปัจจุบันมีระบบการตรวจหาเชื้อที่ดีขึ้น
  • มีความเสี่ยงระดับน้อยที่สุดในสถานที่เสี่ยงภัยมากที่สุด เช่น บ้านพักคนชรา : โฆษก ศบค. ระบุว่าในประเทศไทยไม่ค่อยมีข่าวการเสียชีวิตในบ้านพักคนชรา ส่วนใหญ่เสียชีวิตในโรงพยาบาล
  • โรงเรียน สำนักงาน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ต้องมีมาตรการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ : ในประเทศไทย สถานที่หลายแห่งก็ปิดไป หลายที่ก็เริ่มมีมาตรการที่ต้องดูแลกันอย่างละเอียด นพ.ทวีศิลป์ให้ความเห็นว่า "มีพอสมควร"
  • สามารถจัดการความเสี่ยงของโรคจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศได้ : นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า "เราแง้มน่านฟ้าไว้" โดยอธิบายว่ามีการพยายามควบคุมการเข้าออกได้ที่จำเป็น และมีการกักตัวผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
  • คนในชุมชนต้องมีความรู้ มีส่วนร่วมและได้รับการสนับสนุนให้มีชีวิตอยู่ภายใต้สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการเกิดโรค : นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่าข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญและจำเป็นต้องขอความร่วมมือประชาชน

ที่มาของภาพ, Getty Images

โฆษก ศบค. ชี้ว่าภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีข้อสรุปการ "ผ่อนคลาย" มาตรการบางอย่าง แต่ประชาชนจำเป็นต้องมี "ค่าปกติใหม่" (new normal) คือ พฤติกรรมใหม่ที่ต้องคงไว้และทำให้เป็นเรื่องปกติ ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่างทางสังคมตลอดเวลา

สำหรับผู้ที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้ เป็นกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ที่มีการขออนุญาตมาก่อนหน้านี้ 132 ราย และวันที่ 18 -19 เม.ย. มาเพิ่มอีก 292 ราย ซึ่งทั้งหมดจะเข้าสู่การกักกันตัวที่รัฐจัดให้ทั้งหมด

มาตรการกึ่งล็อกดาวน์ เป็นอย่างไร

ในระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน นพ.ทวีศิลป์ ยกตัวอย่างเป็น"ตุ๊กตา"ว่าด้วยการผ่อนคลายมาตรการ "กึ่งล็อกดาวน์" ของ 2 สถานที่ คือ ร้านทำผม และ การเปิดห้างสรรพสินค้า ว่าหากมีการผ่อนผันให้เปิดต้องมีมาตรการ ดังนี้

การเปิดร้านทำผม

  • สถานที่ : จัดที่นั่ง ที่นอนสระผมให้ห่างอย่างน้อย 1 เมตร และห้ามนั่งรอในร้าน ให้แจกบัตรคิว
  • เวลา : ให้บริการเฉพาะที่ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เช่น สระผม และตัดผม
  • บริการ : งดบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อย่างการแต่งหน้า
  • พนักงาน : ใส่หน้ากากและล้างมือทุกครั้งที่ให้บริการลูกค้าแต่ละรายเสร็จสิ้น หากมีอาการป่วยให้หยุดงานทันที
  • การทำความสะอาด : ล้างอุปกรณ์ทุกครั้ง ตรวจสอบ ยาฆ่าเชื้อทุกชั่วโมง และให้มีแอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อบริการทางเข้าร้าน

การเปิดห้างสรรพสินค้า

  • สถานที่ : เปิดร้านที่มีบริเวณชัดเจน มีที่นั่งรอรับบริการระยะห่าง 1 เมตร เน้นที่จำเป็นกับชีวิตประจำวันก่อน เช่น ร้านโทรศัพท์ ธนาคาร เครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนจะค่อย ๆ ทยอยเปิดร้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละสัปดาห์ รวมถึงการจำกัดจำนวนคนเข้าห้างไม่เกิน 1 คน/ตารางเมตร หรือจำกัดระยะเวลาจอดรถ
  • บริการ : งดกิจกรรมที่จะทำให้เกิดการชุมนุม เช่น โปรโมชั่น นาทีทอง โซนอาหาร ให้จัดที่นั่งห่าง 1 เมตร หรือเปิดให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น
  • ทำความสะอาด : มีแอลกอฮอล์เจลให้ทุกคนก่อนเข้าห้าง, ทำความสะอาดอุปกรณ์ พื้นผิว ห้องน้ำทุกชั่วโมง

นายกฯ เตรียมแจงแนวทางปฏิบัติ ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หลังผู้ติดเชื้อลดลง

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เตรียมบันทึกเทปคำกล่าวรายงานสถานการณ์ความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของ ศบค. ให้ประชาชนรับทราบ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่มีการประกาศเพิ่มเติม หรือ ประกาศผ่อนปรนมาตรการที่เข้มงวดแต่อย่างใด โดยจะเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบทั่วกันวันนี้ ในเวลาประมาณ 18.00 น. ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย