โควิด-19 : ศบค. แจง “มาตรฐานกลาง” ของ 6 กิจการ-กิจกรรม ก่อนเริ่มผ่อนปรน 3 พ.ค. ส่วนยอดผู้ติดเชื้อหน้าใหม่เพิ่ม 6 ราย ไร้ผู้เสียชีวิต

ร้านอาบน้ำและตัดขนสัตว์ เป็นหนึ่งในหกกิจการ/กิจกรรมที่จะกลับมาให้บริการได้ในวันที่ 3 พ.ค.

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ร้านอาบน้ำและตัดขนสัตว์ เป็นหนึ่งในหกกิจการ/กิจกรรมที่จะกลับมาให้บริการได้ในวันที่ 3 พ.ค.

วันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) แล้วที่รัฐบาลจะเริ่มผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มเพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ด้วยการเปิดให้กลุ่มกิจการ/กิจกรรม 6 ประเภทกลับมาเปิดทำการได้ แต่ต้องปฏิบัติตาม "มาตรฐานกลาง" ของรัฐอย่างเคร่งครัด

มาตรฐานกลางนี้ถูกกำหนดโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่าเป็นการเห็นชอบพร้อมกันของ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายความมั่นคง, ฝ่ายสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะตัวแทนฝ่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตได้ แต่ยังอยู่ภายใต้การรักษามาตรฐานความปลอดภัยของสาธารณสุขเป็นหลัก

พล.อ.สมศักดิ์ได้อธิบาย พร้อมยกตัวอย่างแนวปฏิบัติตามมาตรฐานกลางของหลายกิจการ/กิจกรรมที่ถูกพูดถึงในวง ศบค. ทว่าไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อกำหนดใด ๆ อาทิ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

ร้านตัดผม : ตอนสระผม ถ้าใส่หน้ากากอาจไม่สะดวก ลูกค้าอาจต้องผ่อนสายรัดหูลงแล้วใช้มือจับหน้ากากเอาไว้ ก็ต้องช่วยกันดูแลตัวเองทั้ง 2 ฝ่าย

ร้านตัดขนสัตว์ : เปิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเชื่อมั่นได้ว่าโรคนี้ติดต่อจากคนไปสัตว์ และจากสัตว์สู่คน

การออกกำลังกาย : มีคำถามว่าทำไมให้เล่นเทนนิส แต่ไม่ให้เล่นแบดมินตันซึ่งเป็นกีฬาคล้าย ๆ กัน ต้องอธิบายว่าเพราะเทนนิสตีที่โล่งแจ้ง ส่วนแบดฯ เล่นในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกนัก ส่วนรำไทเก๊ก ทำได้ แต่ต้องกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม และอาจต้องใส่หน้ากาก

คลินิกเสริมความงาม หรือการฉีดโบท็อกซ์ : ยังเปิดไม่ได้ "กรณีนี้ผมจะประเมินอีกทีว่าควรไปอยู่เฟส 2, 3 หรือไม่ แต่วันที่ 3 พ.ค. ยังคงห้ามต่อไป"

ศบค. จะใช้เวลา 14 วันในการประเมินผลมาตรการ "กึ่งล็อกดาวน์" หากพบว่าได้ผลดี และยังจำกัดยอดผู้ติดเชื้อหน้าใหม่ได้ ก็จะพิจารณาผ่อนปรนให้เพิ่มเติมเป็นระยะ ๆ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน

"ถ้ามีสิ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ดีขึ้น ตัวเลขผู้ป่วยน้อยลง ก็จะทยอยเปิดขั้น 2, 3, 4 ต่อไป" เลขาธิการ สมช. กล่าว

ย้ำเปิดขายเหล้า แต่ห้ามมั่วสุม-ดื่มให้พอสมควร

วานนี้ (1 พ.ค.) ข้อกำหนด 2 ฉบับ ที่ออกตามความในมาตรา 9 ของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถูกประกาศลงราชกิจจานุเบกษา หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจขยายเวลาการประกาศใช้กฎหมายพิเศษทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมต้องสิ้นสุดลงเมื่อ 30 เม.ย. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

สำหรับสาระสำคัญของข้อกำหนด 2 ฉบับ มีดังนี้

  • ข้อกำหนดฉบับที่ 5 เป็นการต่ออายุมาตรการสำคัญ ๆ อาทิ การห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) เวลา 22.00-04.00 น., การห้ามจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา และห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนหมู่มาก, ห้ามเครื่องบินเข้าไทย, ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัด
  • ข้อกำหนดฉบับที่ 6 เป็นการผ่อนคลายบางมาตรการเพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ 6 กิจการ/กิจกรรมเปิดดำเนินการได้ ที่น่าสนใจคือการอนุญาตให้จำหน่ายสุราได้ แต่ห้ามบริโภคภายในร้าน ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลและ ศบค. ปฏิเสธการคืนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บรรดาคอทองแดงมาโดยตลอด

พล.อ.สมศักดิ์ยืนยันว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้รับอนุญาตให้เปิดจำหน่ายได้ตั้งแต่ 3 พ.ค. แต่ ศบค. ยังให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งปิดสถานที่จำหน่ายสุราในภายหลัง หากพบว่าพื้นที่ของตนมีการละเมิด หรือเกิดการแพร่เชื้อเนื่องจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ที่มาของภาพ, Getty Images

"วัตถุประสงค์เราคือให้ซื้อกลับบ้านได้ ก็ไปบริโภคในสมาชิกครอบครัว แต่อย่าลืมเรื่องมั่วสุม ถ้ามี เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิตักเตือนดำเนินคดีได้ และถ้ามั่วสุมหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ พื้นที่ ก็จะกลายเป็นว่าการจำหน่ายสุราเป็นต้นเหตุแห่งการมั่วสุม ก็จะนำไปสู่การจำกัดการจำหน่ายสุราในที่สุด ถ้าไม่อยากถูกจำกัดก็ห้ามดื่มที่ร้าน และให้มันพอสมควร คำว่าพอสมควรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่านและเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจสอบ" เลขาธิการ สมช. ระบุ

ยอดผู้ป่วยหน้าใหม่ "ต่ำสิบ" เป็นวันที่ 5

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 พบว่าไทยมียอดผู้ติดเชื้อในระดับ "ต่ำสิบ" ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยมีผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ 6 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมมียอดผู้ป่วยสะสม 2,966 ราย ในจำนวนนี้มี 2,732 รายที่รักษาหายกลับบ้านแล้ว และมีผู้เสียชีวิตสะสม 54 ราย

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ขณะนี้มีอยู่ 32 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมา และมีอยู่ 9 จังหวัดที่เป็น "จังหวัดสีขาว" คือไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 เลย และเมื่อเทียบสถานการณ์ทั่วโลก ถือว่าไทยมีผู้ป่วยเป็นอันดับที่ 60 ของโลก

ในช่วงวันหยุดยาวอย่างน้อย 5 วันนับจาก 1 พ.ค. ซึ่งมาพร้อม ๆ กับการผ่อนคลายมาตรการบังคับกับประชาชน เช่น การกลับมาให้บริการของสายการบินภายในประเทศ ทำให้เกิดภาพประชาชนแห่เดินทางออกจากต่างจังหวัด จึงเกิดคำถามว่าประชาชนที่เดินทางออกนอกกรุงเทพฯ จะถูกกักตัวที่จังหวัดปลายทางหรือไม่ และเมื่อเดินทางกลับมาเมืองหลวง จำเป็นต้องกักตัวเอง 14 วันหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การพิจารณาจะเป็นกรณี ๆ ไป เช่น ถ้าบุคคลนั้นเคยผ่านการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ ของท้องถิ่น หรือกักตัวในบ้านพักมาแล้ว ก็อาจไม่มีการกักตัว ส่วนคนที่เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง "คนพวกนี้ถูกกักตัวมากกว่า 30 วันแล้ว โดยมี 18 จังหวัด เช่น ภูเก็ต ที่ผู้ว่าฯ ออกคำสั่งไม่ให้คนเข้า-ออกเมือง จึงเหมือนกับถูกกักตัวมาแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้มีที่มาที่ไป มีเหตุผล มีคำอธิบาย ขอประชาชนอย่ากังวล"

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีข้อกำหนดให้งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัด ส่วนคนที่มีความจำเป็นก็ต้องอธิบายเหตุผล และแสดงหลักฐานประกอบ และต้องเจอการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นที่จุดตรวจสกัดของเจ้าหน้าที่