ประชาชนปลดแอก: รู้จักอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น มรดกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ถูกเสนอให้ย้าย

monument

ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/bbc thai

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น หรือเรียกอีกชื่อว่า อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่น เป็นหนึ่งในมรดกทางวัตถุยุคคณะราษฎร ที่ถูกสร้างขึ้นในหลายจังหวัดภาคอีสาน นับตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตยในปี 2475 เป็นต้นมา

แนวคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่เพียงแต่เป็นที่รับรู้ของประชาชนในพระนครเท่านั้น แต่พลเมืองในต่างจังหวัดก็มีความตื่นตัวเช่นกัน

หนึ่งในหลักฐานสำคัญ คือ การเกิดขึ้นของอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญหลายแห่งทั่วประเทศ เฉพาะในภาคอีสาน มีมรดกทางวัตถุของการปฏิวัติสยามและการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญในหลายจังหวัด เช่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น อุบลราชธานี เป็นต้น

อนุสาวรีย์บางแห่งในอีสานมีการสร้างขึ้นก่อนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในกรุงเทพฯ ที่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2483

ที่มาของภาพ, The Isaan Record

คำบรรยายภาพ,

การชุมนุมแฟลชม็อบอีสานปลดแอก ปลาแดกจงเจริญ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา

หลังรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา ได้เกิดปรากฏการณ์ "ทุบ ทำลาย รื้อถอน" มรดกคณะราษฎร เริ่มต้นจากการหายไปอย่างไร้คำอธิบายของหมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2560 จนมาถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นใน จ.ขอนแก่น ขณะนี้ เมื่อเพจ "ขอนแก่นพอกันที" เผยแพร่หนังสือราชการจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นที่ขอให้หน่วยงานผู้มีอำนาจพิจารณาย้ายอนุสาวรีย์ ไปยังสถานที่อื่นที่เหมาะสม โดยอ้างความเดือดร้อนของประชาชนรายหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์ที่ร้องเรียนว่าการชุมนุมใกล้พื้นที่ศาลหลักเมืองช่วงวันที่ 22-24 ส.ค.ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญ

ด้านนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่นอยู่คู่กับศาลหลักเมืองมาตลอด แต่เมื่อมีเรื่องร้องเรียนมาก็จะต้องตรวจสอบว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และหากจำเป็นก็จะเปิดเวทีสภาเมืองให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นว่าจะมีการย้ายหรือไม่

บีบีซีไทยรวบรวมความรู้เกี่ยวกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น จากบทความที่เขียนโดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน "มองสำนึกพลเมืองยุคคณะราษฎร ผ่านอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในอีสาน" นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน มิ.ย. 2561

เคยถูกทัดทานจากส่วนกลางไม่ให้สร้าง

ข้าราชการและประชาชนในจังหวัดขอนแก่นรวมแรงกันสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่นขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการส่งเสริมรัฐธรรมนูญในจังหวัด

ปรากฏหลักฐานว่า กรมการจังหวัดขอนแก่นมีแนวคิดในการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2481 โดยใช้งบประมาณจากการเรี่ยไรเงิยของชาวขอนแก่น อย่างไรก็ตามที่ตัวอนุสาวรีย์ฯ ได้ระบุเลข "พ.ศ.2486" ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นปีที่เปิดอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ

ในเวลานั้น กระทรวงมหาดไทยมีความเห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีความประสงค์ที่จะส่งเสริมรัฐธรรมนูญด้วยการสร้างอนุสาวรีย์ และการสร้างต้องพิจารณาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมและเชิดชูรัฐธรรมนูญด้วย แม้ภายหลังกระทรวงมหาดไทยจะอนุมัติให้ก่อสร้างได้ แต่หลวงเชวงศักดิ์สงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสมัยนั้น ได้ให้ทางจังหวัดระวังเกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินจากประชาชนที่อาจก่อให้เกิดข้อครหาได้

ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/bbc thai

นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกับการก่อสร้างว่า การส่งเสริมปลูกฝังระบอบรัฐธรรมนูญ มิใช่การสร้างอนุสาวรีย์ที่เป็นเสาหิน รูปจำลอง แต่อยู่ที่การปฏิบัติตัวของข้าราชการฝ่ายปกครองที่จะชักจูงด้วยวิธีอื่น "ฉะเพาะอย่างยิ่ง คือการปฏิบัติตนในสมกับสมัยรัฐธรรมนูญ"

การเลือกที่ตั้งอนุสาวรีย์สะท้อนอำนาจการตัดสินใจของท้องถิ่น

บทความของศรัญญู เทพสงเคราะห์ ระบุไว้อีกว่า ที่ตั้งของอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญที่ขอนแก่น ต่างจากแห่งอื่นในอีสานที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดหรือให้อำนาจข้าราชการประจำจังหวัดในการตัดสินใจเลือกพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งสะท้อนอำนาจการตัดสินใจของข้าราชการส่วนภูมิภาคในการสร้างอนุสาวรีย์แต่ละแห่ง

ทว่าที่ขอนแก่น การตัดสินใจเลือกสถานที่ก่อสร้าง มาจากเทศบาลเมืองขอนแก่นในสมัยที่นายโสภัณ สุภธีระ เป็นนายกเทศมนตรี

อนุสาวรีย์ยังมีลักษณะเป็นวงเวียนที่เรียกว่า "วงเวียนประชาสำราญ" หรือ "วงเวียนรัฐธรรมนูญ" จุดตัดระหว่างถนนศรีจันทร์กับถนนประชาสำราญ และยังใกล้กับศาลหลักเมืองแห่งใหม่ที่ย้ายมาตั้งเมื่อปี 2485

สถาปัตยกรรมคล้ายคลึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพฯ

อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่นมีลักษณะเป็นป้อมปกเหลี่ยม ด้านบนมีพานแว่นฟ้าประดิษฐานรัฐธรรมนูญ โดยป้อมหกเหลี่ยมสะท้อนถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร สถาปัตยกรรมรูปแบบนี้มีความคล้ายคลึงกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ถนนราชดำเนิน หรืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่สร้างชั่วคราวในงานฉลองวันชาติ 2483 แต่อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญที่ขอนแก่น ไม่มีปีกทั้ง 4 ด้าน และบริเวณป้อมมีประตูเพียงแห่งเดียว โดยหันไปหาทางเข้าบ้านของนากยกเทศมนตรีพอดี

เป็นสัญลักษณ์การชุมนุมทางการเมืองหลังรัฐประหาร 2557

นักวิชาการประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชี้ว่าอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในอีสานหลายแห่งถูกรื้อฟื้นและสร้างความหมายใหม่ในสถานการณ์การเมืองหลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557 ที่เด่นชัดคือ "อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญขอนแก่นได้กลายเป็นสถานที่ชุมนุมทางการเมืองในการต่อต้านการรัฐประหาร"

ที่มาของภาพ, facebook/ขอนแก่นพอกันที

คำบรรยายภาพ,

ตัวแทนกลุ่มขอนแก่นพอกันที ได้อ่านคำประกาศคณะราษฎร และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในกิจกรรมที่ชื่อว่า "24 มิถุนายน อภิวัฒน์สยาม เก็บกวาดเผด็จการ" เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563

อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองในเหตุการณ์สำคัญ เช่น วันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475

ส่วนการชุมนุมแฟลชม็อบที่เริ่มจากกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ก.ค. เมื่อมีความเคลื่อนไหวแฟลชม็อบในต่างจังหวัด อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ก็เป็นหนึ่งในสถานที่รวมตัวของประชาชนของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเป็นการจัดร่วมกันของนักศึกษาประชาชนกว่า 9 จังหวัด ในนาม "เครือข่ายอีสานปลดแอกปลาแดกจงเจริญ" ที่ออกมาสนับสนุนจุดยืนและข้อเรียกร้องของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ประชาชนปลดแอก"