ร.10 : รมว.ต่างประเทศเยอรมนีตอบกระทู้ส.ส.ในสภาฯ สถานะกษัตริย์ไทยในแคว้นบาวาเรีย

Thai activists demonstrate in front of a villa where Thai King Maha Vajiralongkorn often resides in Tutzing, Germany, September 25, 2020

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

กลุ่มผู้ประท้วงชาวไทยในต่างแดนชุมนุม เมื่อ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่หน้าบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเยอรมนี

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานจากกรุงเบอร์ลินว่า นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยอรมนี ได้ตอบกระทู้ของ ส.ส.จากพรรคกรีนส์ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่แสดงความห่วงใยต่อการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาล รวมถึงการประทับอยู่ในเยอรมนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 8 ต.ค. ว่า นายฟริตยอฟ ชมิดต์ ส.ส.พรรคกรีนส์ ได้ถาม รมว. ต่างประเทศในสภาฯ ถึงกรณีที่กษัตริย์ไทยทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการประทับอยู่ในรัฐบาวาเรีย ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประท้วงในประเทศไทยแสดงความไม่เห็นด้วยต่อค่าใช้จ่ายที่ทรงใช้ในการประทับอยู่ในต่างแดน และการที่ไม่ประทับอยู่ในประเทศ

"เหตุใดรัฐบาลเยอรมนีจึงยอมอดทนต่อพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมากเช่นนี้ ซึ่งในความเห็นของผมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ที่ประมุขของประเทศอื่นดำเนินงานการเมืองบนแผ่นดินเยอรมนี"

นายมาส ชี้แจงต่อคำถามนี้ว่า "เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี"

"หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นอน" รมว. ต่างประเทศกล่าวเสริม

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ภาพอีกมุมหนึ่งของบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งในเยอรมนี ที่ผู้ประท้วงชาวไทยในต่างแดนเชื่อว่าเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่บรรยากาศการเมืองในประเทศไทยกำลังร้อนแรง และมีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ และจัดการเลือกตั้งใหม่ ตลอดจนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

สหภาพยุโรป (อียู) ได้ระงับการติดต่อในทุกระดับกับทางการไทยหลังเกิดการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2557 แต่ได้กลับมาเปิดการเจรจาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ ได้กลับมาบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรีพลเรือน

นายชมิดต์ ส.ส. พรรคกรีนส์ ได้ถามนายมาสว่า เยอรมนีได้เตรียมจะหารือกับอียู ถึงการระงับการเจรจาการค้าเสรีกับไทยอีกรอบหรือไม่ "ตราบที่รัฐบาลทหารยังคงสกัดกั้นวิถีสู่ประชาธิปไตยในประเทศไทย"

นายมาสตอบเรื่องนี้ว่า การระงับการเจรจาเป็น "ตัวเลือกหนึ่ง" ที่จะเพิ่มแรงกดดัน แต่ควรต้องหารือเรื่องนี้กับรัฐบาลไทยเสียก่อน

ถอดความบทถาม-ตอบ ในสภาเยอรมนี

นายฟริตยอฟ ชมิดต์ ส.ส.พรรคกรีนส์

"ในขณะนี้ ประชาชนนับหมื่นคนกำลังชุมนุมเรียกร้องหาประชาธิปไตยจากรัฐบาลทหารที่สกัดกั้นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด ก่อนหน้านี้ พฤติกรรมดังกล่าวของคณะรัฐประหารเป็นสาเหตุให้สภาพยุโรปปิดกั้นและระงับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย หลังจากรัฐบาลทหารประกาศจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่

"กระบวนการเจรจานี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งจากการที่ไทยกลับสู่แนวทางประชาธิปไตย ตอนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะหารือกับคณะมนตรียุโรปเพื่อระงับการเจรจาเหล่านี้อีกครั้งหรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลทหารยังคงเป็นอุปสรรคต่อวิถีสู่ประชาธิปไตยในประเทศไทย"

นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

"เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี เราได้รับรายงานว่าเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นหลายครั้งที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกลางเยอรมนีไม่เห็นด้วย และนี่แตกต่างจากกรณีที่เรามีเกี่ยวกับนายนาวาลนี (นายอเล็กเซ นาวาลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย) หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นนอน"

"ผมคิดว่านี่เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เราจะหารือกับสหภาพยุโรป แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยเรื่องนี้กับฝ่ายไทยอีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ เพราะไทยมีผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้าที่เหมาะสม และผมเชื่อว่าเราอาจใช้ข้อเรียกร้องของเราเป็นเครื่องต่อรองได้ แต่ผมไม่ตัด (ตัวเลือกการหารือกับอียู) หากรัฐบาลทหารยังคงพฤติกรรมแบบเดิม เราต้องรอดูเรื่องนี้ต่อไป และเราอาจต้องใช้มาตรการนั้น"

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงในสภาฯ