ราษฎร: จุดเปลี่ยนและปรากฏการณ์ใหม่ในระหว่างการต่อสู้คดีชุมนุม 19 กันยาฯ ของ 7 แกนนำราษฎร

เพนกวิน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ทนายความของแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยและให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ใช้ชื่อว่า "ราษฎร" ประเมินว่าการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว 7 แกนนำมี "แนวโน้มดี" จาก 2 ปัจจัยที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้คือการที่ศาลเปิดโอกาสให้จำเลยแถลงต่อศาลเมื่อ 29 มี.ค.

แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ต้องกินอยู่หลับนอนภายในเรือนจำเป็นเวลา 1-2 เดือนแล้ว หลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างรอการพิจารณาคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ยุยงปลุกปั่นฯ มาตรา 116 และข้อหาอื่น ๆ จากการเข้าร่วมชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง

ศาลนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในวันที่ 7-8 เม.ย. นี้และยังลุ้นว่าจะมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวหรือไม่ หลังทีมทนายยื่นคำร้องไปช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

คดีนี้มีจำเลยรวม 22 คน ทว่ามีอยู่ 7 คนที่ไม่ได้รับการประกันตัว

แกนนำชุดแรก 4 คน ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ถูกส่งตัวไปคุมขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. (เฉพาะเพนกวินถูกย้ายตัวไปสถานกักขังกลาง จ.ปทุมธานี เมื่อ 22 มี.ค. ตามคำสั่งศาลอาญาลงโทษกักขัง 15 วัน ฐานละเมิดอำนาจศาล)

แกนนำชุดที่สอง 3 คน ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ถูกส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำตั้งแต่ 8 มี.ค. โดยไผ่และไมค์ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนรุ้งถูกส่งไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

หลังทีมทนายใช้ความพยายามอย่างน้อย 7 ครั้งในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลยคดีนี้ ได้เกิดสิ่งที่ทนายความของแกนนำกลุ่มราษฎร เชื่อว่าอาจเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ" จาก "พฤติการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป" เมื่อจำเลย 3 คนแถลงต่อศาลอาญาเมื่อ 29 มี.ค. มีใจความช่วงหนึ่งตรงกันว่า "หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่พูดพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันฯ อีก"

บีบีซีไทยนำคำแถลงของจำเลยที่ปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ไปตรวจสอบและได้รับคำยืนยันจากทนายความ 2 คน - นายกฤษฎางค์ นุตจรัส และนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา - ซึ่งอยู่ภายในห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในวันดังกล่าว สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • นายปติวัฒน์ จำเลยที่ 3: "หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองและพูดพาดพิงสถาบันฯ อีกอย่างเด็ดขาด" แต่จะไปประกอบอาชีพร้องหมอลำเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อไป และยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการติดเครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM), ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุม และจะมาศาลตามนัดทุกนัด
  • นายสมยศ จำเลยที่ 4: "หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจะไม่พูดพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันฯ อีก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่แกนนำ" นอกจากนี้ยังบรรยายถึงอุปสรรคในการต่อสู้คดีระหว่างถูกคุมขังภายในเรือนจำทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด หากศาลยกฟ้อง พวกเขาก็ถือว่าติดคุกไปแล้ว หรือถ้าศาลตัดสิน พวกเขาก็ถูกจำคุกอยู่ดี จึง "ขอให้ตัดสินโทษประหารชีวิตผมเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด และย่นระยะเวลาการพิจารณาคดีให้คนอื่นได้เร็วขึ้น" อีกทั้งประชาชนจะได้ไม่ต้องกังวลและออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ปล่อยตัวเขา ต้องปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและบาดเจ็บ
  • นายจตุภัทร์ จำเลยที่ 7: "หากได้รับการปล่อยชั่วคราว จะไม่กล่าวถึงสถาบันฯ อีก"

เผยหมอลำแบงค์ "อยากไปเอากระดูกแม่กลับจากอังกฤษ"

นายกฤษฎางค์ ทนายความของแกนนำกลุ่มราษฎร กล่าวกับบีบีซีไทยถึงเงื่อนไขการ "ไม่พูดพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันฯ อีก" ว่า ศาลกล่าวขึ้นมาเองในระหว่างการพิจารณาว่าจำเลยมีอะไรจะแถลงหรือไม่ ถ้ามีและเป็นประโยชน์ ศาลจะบันทึกให้เพื่อประกอบการพิจารณาคดี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์

กรณีหมอลำแบงค์ เขาบอกนานแล้วว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

"เขาอยากไปเอากระดูกแม่กลับจากอังกฤษ แม่เขาเสียตั้งแต่ตอนที่เขายังเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก เขาเลยอยากได้ประกันตัวเพื่อไปรับแม่กลับบ้าน และยังมีภาระเกี่ยวกับลูกน้องคณะหมอลำด้วยที่ต้องรับผิดชอบ อันนี้เป็นสิ่งที่เขาคิด" นายกฤษฎางค์กล่าว

ส่วนกรณีไผ่ เขาคิดกับพ่อของเขา (นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือทนายอู๊ด) และตัดสินใจเอง ซึ่งโดยบทบาท ไผ่ก็ไม่ได้ทำเรื่องสถาบันฯ อยู่แล้ว แต่ออกมาขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพราะแกนนำในการเคลื่อนไหวแต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกัน

นายวิบูลย์ ทนายความของไผ่ ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนแนะนำบุตรชายให้ยื่นคำแถลงเงื่อนไขไม่กล่าวถึงสถาบันฯ อีก เพียงแต่พูดคุยกัน และให้เป็นอิสระของไผ่ในการตัดสินใจ

"ทีแรกเขาบอกว่าไม่สะดวกใจ ไม่สนใจจะแถลงอะไรด้วยซ้ำ แต่เราอธิบายว่าถ้าแถลง จะเป็นช่องดี มีโอกาสประกันตัว ไผ่คิดยังไง เขาก็ปรึกษาทนายด่าง (นายกฤษฎางค์) กับผม และถามหลายคำถาม เช่น จะกระเทือนถึงเรื่อง 112 ไหม เพราะเขาต่อสู้เรื่องนี้มา เราก็อธิบายไป พอแลกเปลี่ยนกันไปมา สุดท้ายเขาลงมาได้แค่นั้น เขาก็แถลงสั้น ๆ แค่นั้น" นายวิบูลย์กล่าวกับบีบีซีไทย

เขาย้ำด้วยว่า คำแถลงของไผ่ต่างจากหมอลำแบงค์ เพราะหมอลำแบงค์ "ไปผูกมัดตัวเองว่าห้ามขึ้นเวที ห้ามแตะเรื่องการเมืองเลย" แต่ไผ่สื่อเพียงว่าจะไม่วิจารณ์ในเชิงแตะต้องตัวบุคคลอีก ส่วนจะไล่ประยุทธ์หรืออะไร ก็เป็นเรื่องของเขา

คดี 112 ในอดีต ไม่มีผลต่อการขอประกันตัว

ก่อนเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองในขบวนการราษฎร จำเลยที่แถลงต่อศาลทั้ง 3 คนเคยเป็นผู้ต้องขังตามคำพิพากษาศาลในคดี 112 และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องมาก่อน

นายปติวัฒน์ต้องคำพิพากษาจำคุก 5 ปี แต่รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน จากกรณีแสดงละคร "เจ้าสาวหมาป่า" ในงานรำลึก 40 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ก่อนได้รับอิสรภาพเมื่อปี 2559

นายจตุภัทร์ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี จากกรณีแชร์บทความพระราชประวัติ ร. 10 ของบีบีซีไทย ต่อมาได้รับการลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน เนื่องจากให้การรับสารภาพ ก่อนได้รับอิสรภาพเมื่อปี 2562

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ผู้ต้องหาชุดสุดท้ายที่่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รอบแรกเมื่อ 3 พ.ย. 2563 มีนายสมยศ (ขวาสุด) และนายอานนท์ นำภา (คนที่สามจากซ้าย) จากการเข้าร่วมการชุมนุมที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 ขณะที่ สุรนาถ แป้นประเสริฐ (ซ้ายสุด) และเอกชัย หงส์กังวาน ถูกคุมขังจากข้อหา "ประทุษร้ายเสรีภาพราชินี"

เช่นเดียวกับนายสมยศที่เคยต้องโทษจำคุก 10 ปี จากกรณีเผยแพร่บทความ 2 ชิ้นในนิตยสารวอยซ์ออฟทักษิณ แต่รับโทษจริงจำคุก 7 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2561

คำถามที่เกิดขึ้นคือสถานะผู้ต้องขังคดี 112 ในอดีต ส่งผลต่อการขอประกันตัวคดี 112 ยุคปัจจุบันหรือไม่อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ศาลเคยยกคำร้องมาแล้ว โดยให้เหตุผลข้อหนึ่งว่า "เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในลักษณะทำนองเดียวกันนี้มาก่อน"

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายกฤษฎางค์ตอบทันควันว่าไม่มี ต้องพิจารณาเป็นรายคดีไป เช่น ฆาตกรเคยฆ่าคนมาแล้ว แต่เมื่อถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนใหม่ เขาอาจไม่ได้ฆ่าก็ได้ โอกาสในการต่อสู้คดีต้องมี ซึ่งเป็นไปตาม "หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์" ที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสอง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) นอกจากนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 107 ก็ระบุว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตปล่อยชั่วคราว

"คำที่อ้างว่าอาจกระทำผิดซ้ำอีก แปลว่าอะไร แปลว่าที่ทำมาแล้วผิด แต่คดีนี้ศาลยังไม่ตัดสินเลย ยังไม่มีใครผิด ดังนั้นมันก็ไปขัดต่อหลักสันนิษฐานของกฎหมายอีก" ทนายกฤษฎางค์ให้ความเห็น

แนวโน้มดีในการยื่นขอประกันตัวรอบ 7 จาก 2 ปัจจัย

ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ทีมทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแกนนำราษฎรทั้ง 7 คน ไปไม่ต่ำกว่า 7 ครั้ง โดยยกสารพัดเหตุผลขึ้นมาประกอบการใช้ดุลพินิจของศาล ทั้งเรื่องอุปสรรคต่อการเรียน, ปัญหาสุขภาพ, ภาระดูแลครอบครัว ฯลฯ พร้อมยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวสูงถึง 5 แสนบาท/ราย หรือเทียบเท่ากับคดีพยายามฆ่าหรือฆ่าคนตาย และใช้นายประกันมากมาย ตั้งแต่นักวิชาการ, นักการเมือง หรือแม่แต่แม่ของจำเลย แต่ศาลก็ยกคำร้องไปทุกครา โดยให้เหตุผลว่า..

  • คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง
  • การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำซ้ำ ๆ ต่างกรรมต่างวาระตามข้อกล่าวหาเดิมหลายครั้งหลายครา
  • มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยอาจไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก และเชื่อว่าจำเลยอาจหลบหนี
  • ไม่มีข้อเท็จจริงในทางคดีที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมไม่มีเหตุที่ศาลจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

ขณะนี้ยังรอคำสั่งศาลในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวครั้งล่าสุดเมื่อ 29 มี.ค. อยู่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาถูกนำมาวางเป็นสัญลักษณ์ในกิจกรรมไว้อาลัยความยุติธรรมที่หน้าศาลอาญา

นายวิบูลย์ประเมินว่า "มีแนวโน้มดี" จาก 2 ปัจจัยคือ ศาลเปิดช่องให้จำเลยได้แถลง ซึ่งตามความรับรู้และประสบการณ์ของเขา ไม่ปรากฏเหตุการณ์เช่นนี้ในศาลมาก่อน "ศาลอาจจะใจดี เลยถามว่าอยากแถลงอะไรไหม ศาลจะช่วยเขียนให้" ส่วนอีกปัจจัยคือกระแสกดดันจากภายในฝ่ายตุลาการเอง หลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเรื่องการไม่ให้ประกันตัวจำเลยระหว่างการพิจารณาคดี

อิสรภาพที่หายไป 1-2 เดือน ทำให้สังคมเห็นการสนองตอบ-แสดงออกของจำเลยกลุ่มราษฎรใน 3 รูปแบบคือ คนที่ยอมรับเงื่อนไขเพื่อให้ได้ออกจากกรงขัง, คนที่ร้องขอโทษประหารชีวิตเพื่อจบทุกปัญหา และคนที่เรียกหาความยุติธรรมด้วยการอดอาหารประท้วง จึงน่าพิจารณาว่าคำแถลงของ 3 จำเลยร่วมคดีชุมนุม 19 กันยาฯ จะส่งผลต่อชะตากรรมของจำเลยรายอื่น ๆ อย่างไร

คำตอบของนายวิบูลย์คือ การต่อสู้คดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่มีทิศทางที่ดีของการให้ประกันตัว ซึ่งจะส่งผลต่อคนที่อยู่ในคุก และคนที่จะถูกจับเข้ามาเพิ่ม

"เชื่อว่าเกมกำลังจะเปลี่ยนไป และผลักดันให้ศาลเข้าสู่การทำหน้าที่อย่างปกติตาม ป. วิอาญา" ทนายความวัย 65 ปีกล่าว

หากคำสั่งศาลออกมาในทางบวกต่อ 3 จำเลย แกนนำราษฎรที่ถูกคุมขังอยู่จำเป็นต้องยื่นคำแถลงต่อศาลว่า "จะไม่พูดพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันฯ อีก" หรือไม่

"ก็อาจจะเขียนอะไรนิดหน่อย ขอยื่นประกัน แล้วศาลก็อาจให้เลย เพราะศาลเริ่มเข้าใจสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลยแล้ว" นายวิบูลย์ระบุ

ปรากฏการณ์ใหม่ระหว่างการต่อสู้คดีของ 7 แกนนำราษฎร

ในระหว่างการต่อสู้คดีของ 7 แกนนำราษฎร สังคมยังได้รู้-ได้เห็น "สิ่งที่ไม่เคยเห็น" ผ่านคำบอกเล่าของทนายความ และการรายงานข่าวของสื่อมวลชนที่มีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์ในห้องพิจารณาคดี บางเหตุการณ์มีผู้นำไปวาดเป็นภาพ แล้วเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

บีบีซีไทยสรุปปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาไว้ ณ ที่นี้

1) ทนายอานนท์สวมชุดครุยทับชุดนักโทษ

5 มี.ค. ศาลนัดพร้อมคดีแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คนอยากเลือกตั้ง" ชุมนุมหน้าสำนักงานสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน เมื่อปี 2562 หรือที่รู้จักในชื่อคดี "UN62" ในวันนั้นคนในห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ได้เห็นภาพนายอานนท์ นำภา สวมชุดครุยทับชุดนักโทษสีน้ำตาล

นายอานนท์ เป็น 1 ใน 7 แกนนำราษฎรที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ซึ่งถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำทั้งในฐานะจำเลยและทนายความของจำเลยอื่นอีก 3 คนในคดี UN62

ที่มาของภาพ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยแพร่เรื่องราวผ่านบันทึกความทรงจำและภาพวาดจำลองเหตุการณ์ในช่วงที่ศาลออกนั่งพิจารณาคดี

  • ผู้พิพากษาศาล: คุณอานนท์ เป็นทนายความจำเลยที่เท่าไหร่
  • อานนท์: เป็นทนายความจำเลยที่ 12-14 ครับ
  • ผู้พิพากษาศาล: ในเมื่อศาลยังไม่ตัดสิน ก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เมื่อยังเป็นทนายความอยู่ ก็ถือว่ายังมีศักดิ์และสิทธิ์ตามกฎหมาย ควรจะมีสิทธิมานั่งทำหน้าที่ทนายความได้

จากนั้นนายอานนท์ได้ย้ายจากโต๊ะจำเลยไปนั่งที่โต๊ะทนาย เพื่อปรึกษาคดีกับทนายคนอื่น ๆ และเริ่มกระบวนการพิจารณา

เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นลง นายอานนท์ถอดเสื้อครุยทนายความออก เหลือเพียงชุดนักโทษที่เขาสวมใส่

2) เพนกวินยืนบนเก้าอี้-ชูสามนิ้วในศาล

15 มี.ค. ศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานคดี 19 กันยาฯ โดยนายพริษฐ์หรือเพนกวิน ได้ขออ่านคำแถลงระบายความอัดอั้นตันใจจากการไม่ได้รับสิทธิประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาต และเกิดการตอบโต้กันไปมา ก่อนที่ศาลจะสั่งให้ควบคุมตัวจำเลยออกจากห้องและพักการพิจารณาชั่วคราว

ทว่าได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเพนกวินขึ้นไปยืนบนเก้าอี้และตะโกนอ่านคำแถลงที่เตรียมมา ทำให้ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลพยายามเข้าประกบตัว แต่ผู้สังเกตการณ์การพิจารณาคดีซึ่งมีทั้งเพื่อนและประชาชนต่างพากันไปยืนคล้องแขนล้อมรอบตัวเพนกวินเอาไว้ ทำให้เขาสามารถอ่านคำแถลงต่อจนจบ ท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงตะโกน "เผด็จการจงพินาศ ประชาชนจงเจริญ" และการชูสามนิ้วของมวลชนบางส่วนภายในห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบลง เมื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวเพนกวินและจำเลยรายอื่น ๆ ไปที่ห้องควบคุมจำเลยด้านหลัง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

พริษฐ์ ชิวารักษ์ 1 ใน 22 จำเลยคดีชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" ชูสามนิ้วขณะที่เดินทางจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาถึงศาลอาญาเมื่อ 15 มี.ค.

ผลจากการกระทำในวันนั้น ทำให้เพนกวินต้องคำพิพากษาศาลอาญาเมื่อ 22 มี.ค. ให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน กรณีละเมิดอำนาจศาล แต่เนื่องจากรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุก 15 วัน เมื่อพิจารณาสถานะนักศึกษา และไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงพิจารณาให้กักขังเป็นเวลา 15 วัน

3) ไผ่สาบานต่อ เช เกวารา และ มหาตมะ คานธี

22 มี.ค. ศาลนัดไต่สวนคำร้องของนายอานนท์ นำภา เรื่องการคุ้มครองสิทธิในระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในยามวิกาล โดยศาลได้นัดรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์, เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และจำเลยราษฎรอีก 2 คนมาไต่สวน

ก่อนพยานขึ้นเบิกความในศาล ทุกคนต้องสาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าศาลว่าจะให้การตามความสัตย์จริงเสียก่อน ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป. วิอาญา)

ตัวอย่างคำปฏิญาณจะวางไว้ที่โต๊ะพยาน หากใครผู้นับถือศาสนาพุทธก็จะสาบานตนต่อพระแก้วมรกต เจ้าพ่อหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช หากเป็นคริสตศาสนิกชน ก็จะสาบานตนต่อพระเยซูเจ้า และถ้าเป็นชาวมุสลิม ก็จะสาบานตนต่อพระอัลเลาะห์

ทว่าคำสาบานตนของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ในห้องพิจารณาคดี 812 ศาลอาญา ผิดแผกออกไป

"ข้าพเจ้าขอสาบานต่อ เช เกวารา และ มหาตมะ คานธี ว่าข้าพเจ้าจะเบิกความต่อศาลด้วยความสัตย์จริงทั้งสิ้น..." ไผ่กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นำทีมชูสามนิ้วขณะเดินทางออกจากศาลอาญาเมื่อ 11 มี.ค. หลังเข้าไต่สวนกรณีการร้องขอศาลให้ย้ายการคุมขังทั้งสามที่เรือนจำพิเศษธนบุรี มาควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งนายกฤษฎางค์และนายวิบูลย์เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลก

"ป. วิอาญา ให้ปฏิญาณตนต่อสิ่งที่เชื่อถือ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพระแก้วมรกต แต่ต้องมีถ้อยความว่าหากเบิกความเท็จแม้แต่น้อย ขอให้ภยันอันตรายและความวิบัติจงเกิดขึ้น ดังนั้นจะสาบานตนต่อหน้าเชฯ หรือคานธี ก็ทำได้" นายกฤษฎางค์กล่าว

ขณะที่นายวิบูลย์เผยเบื้องหลังว่า บุตรชายเคยทำเช่นนี้ตั้งแต่ขึ้นเบิกความในศาลทหารขอนแก่นแล้ว ซึ่งตอนนั้นสาบานยาวกว่านื้อีก ไปถึง จิตร ภูมิศักดิ์ ครูครอง จันดาวงศ์

"ตอนนั้นศาลโต้แย้งว่าทำไม่ได้ ต้องอ่านตามใบที่เขาเขียนมา แต่ไผ่บอกว่าก็ผมไม่นับถือพระแก้วมรกต แต่นับถือเชฯ นับถือ จิตร ภูมิศักดิ์ อ่ะ จะให้ทำยังไง" ทนายอู๊ดเล่าความหลัง

4) จำเลยอดอาหารประท้วง

ในระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ 2 นักศึกษาที่ตกที่นั่งจำเลยคดี 19 กันยาฯ ได้ประกาศอดอาหารประท้วง ทำให้ข่าวสารเรื่องสุขภาพของแกนนำราษฎรถูกตีคู่มากับการติดตามความคืบหน้าในการยื่นเรื่องขอประกันตัว

เพนกวิน-พริษฐ์ ประกาศอดอาหารประท้วงกลางศาล ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. โดยระบุว่าจะดื่มแค่น้ำและน้ำหวาน "จนกว่าศาลจะมีสามัญสำนึกคืนสิทธิประกันตัวให้กับผู้ต้องหาในคดีการเมือง"

ต่อมาวันที่ 29 มี.ค. น.ส. สุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของเพนกวิน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาให้ออกคำสั่งย้ายตัวลูกชายไปกักขังที่ รพ. พระราม 9 โดยให้เหตุผลว่า "มีสภาพร่างกายทรุดโทรมอย่างมาก และมีอาการที่น่าวิตก จนอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต ซึ่งสภาพของสถานกักขังกลาง ไม่สามารถดูแลได้" ทว่าศาลได้ยกคำร้อง เนื่องจาก "ไม่ได้อยู่ในอำนาจที่จะสั่งย้ายผู้ต้องขัง"

วันเดียวกัน รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ระบายความอัดอั้นตันใจต่อศาลด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ถ้าไม่ได้รับการประกันตัวในวันนี้ จำเป็นจะต้องอดอาหารประท้วงเป็นเพื่อนเพนกวิน" โดยเริ่มจากลดอาหารเหลือวันละมื้อเป็นเวลา 3 วัน ก่อนเหลือเพียงการดื่มน้ำ นม และน้ำหวาน ตั้งแต่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

แกนนำราษฎร