4 เมษา: “คนเสื้อแดง” คือใครในความเคลื่อนไหว 4-4-4 ของกลุ่ม “สามัคคีประชาชน”

  • หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

ในการชุมนุมของกลุ่ม "สามัคคีประชาชน" ในวันที่ "4-4-4" นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศว่าจากนี้จะชุมนุมที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร ในช่วง 4 โมงเย็นของทุกวัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญผลัดเปลี่ยนมาให้ข้อมูล จนกว่า พล.อ. ประยุทธ์จะออกไป

คนเสื้อแดงกลายเป็นส่วนผสมสำคัญในระหว่างการชุมนุมของขบวนการนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร/ราษฎร" ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ล่าสุดพวกเขาปรากฏตัวร่วมกับอดีตคนเสื้อเหลืองเพื่อร่วมขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเชื่อว่าจะทำให้แกนนำราษฎรที่ถูกจองจำอยู่ได้รับอิสรภาพกลับคืนมา

บีบีซีไทยสำรวจความคิดของคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้รหัส 4-4-4 ตามนัดหมายของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่าพวกเขาคือใคร และมีเป้าประสงค์ทางการเมืองอย่างไร

"ใครชวนไปไล่เผด็จการ เราไปกับเขาทั้งนั้น"

"วันนี้ถือเป็นวันคือสู่เหย้าประชาชนผู้รักประชาธิปไตย" พิธีกรกล่าวโหมโรงต้อนรับประชาชนที่ทยอยเดินเข้าสู่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม สวนสันติพร กทม. เพื่อจับจองที่นั่งหน้าเวที ตั้งแต่ช่วงบ่าย (4 เม.ย.)

ปาน วัย 63 ปี ชาว จ.นนทบุรี เดินทางมาพร้อม "ตีนตบคู่ใจ" สัญลักษณ์ประจำการชุมนุมของ นปช.

นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่สถานะ "ผู้ชุมนุมเสื้อแดง" ของเขาหวนกลับมาอย่างเป็นทางการ หลังยุติบทบาทไปเมื่อปี 2553 พร้อมบาดแผลทางใจในฐานะ "ผู้แพ้" เมื่อถูกรัฐล้อมปราบกลางกรุงเทพฯ ซ้ำยังถูกสังคมมองว่าเป็น "ผู้ร้าย" เพราะเป็นพวก "ล้มเจ้า" และ "เผาบ้านเผาเมือง"

ปานตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรม "ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย" ตามนัดหมายของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เพราะเห็นด้วยกับการขีดเส้นเพียงการขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

ที่มาของภาพ, Thai news pix

"เราคนเสื้อแดง ไม่ชอบรัฐบาลที่ปฏิวัติแล้วบริหารไม่เป็น กู้อย่างเดียว.. รัฐธรรมนูญ ร่างมาให้มี ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของตัวเอง แล้วก็ไปเลือกตัวเองเป็นนายกฯ อีก พอตอนนี้ประชาชนอยากแก้ มันก็เลยแก้ไม่ได้" แนวร่วม นปช. กล่าวกับบีบีซีไทย

เวลา 1 ใน 4 ของชีวิตชายวัยเกษียณถูกใช้จ่ายไปกับภารกิจต่อต้านเผด็จการตั้งแต่ปี 2549 หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่เขาชื่นชอบและสนับสนุน ถูกรัฐประหาร ปานก็ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่ม "พิราบขาว" และกลุ่ม "คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ" ก่อนกลายเป็น "คนเสื้อแดงรุ่นแรก" เมื่อเข้าร่วมขบวนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ "We vote No" ในชั้นประชามติปี 2550 ตามด้วยการเป็นสมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) ก่อนพัฒนาเป็น นปช. ในเวลาต่อมา

"ใครชวนไปไล่เผด็จการ เราไปกับเขาทั้งนั้นล่ะ" ปานบอก

นอกจากนิยามตัวเองเป็น "คนเสื้อแดงโดยสายเลือด" ปานยังเป็นมวลชนของขบวนการนักศึกษาประชาชนปี 2563-2564 ด้วย เพราะเห็นว่าเผด็จการไทยไม่ว่ายุค 2549 หรือ 2557 ล้วนสืบทอดความคิดกันมา จึงเข้าร่วมชุมนุมครั้งแรกกับ "คณะประชาชนปลดแอก" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 16 ส.ค. ทว่าวันนั้นเขาไม่ได้สวมเสื้อแดงออกไป

"เด็ก ๆ เขานัดกันแต่งดำ เราก็เลยใส่เสื้อดำตามเด็ก จริง ๆ แม้ไม่ได้ใส่ (เสื้อแดง) แต่อายุ 60 กว่าไปยืนอยู่กับเขา เด็กเขาก็รู้อยู่แล้วว่านี่ลุงเสื้อแดง" ปานระบุ

ที่มาของภาพ, Thai news pix

หลังจากนั้นการเมืองบนท้องถนนก็กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของเขาตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ปานเข้าร่วมชุมนุมกับ "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม", "คณะราษฎร" และ "ราษฎร" เพราะต้องการสนับสนุนข้อเรียกร้องประชาธิปไตยและให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ ของนักต่อสู้รุ่นเยาว์

"เราไปอยู่ตรงนั้นแล้ว เราต้องเอากับเขาทั้งนั้นล่ะ.. เรารู้ว่าใครสั่งยิงคนเสื้อแดง เรารู้ว่าเรากำลังสู้อยู่กับใคร" ชายเสื้อแดงกล่าว

มาวันนี้เมื่อแกนนำราษฎรถูกคุมขังภายในเรือนจำ ระหว่างการพิจารณาคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ยุยงปลุกปั่นฯ มาตรา 116 และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากการชุมนุมทางการเมือง ปานจึงเชื่อว่าการเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาลจะเป็นการเปิดประตูเอาบรรดานักศึกษาออกจากคุก แม้ต้องลดระดับเพดานในการต่อสู้ก็ตาม

"เราต้องช่วยเด็กก่อน เรื่องอื่นไว้ทีหลัง เพราะเด็กเป็นคนเปิดหูเปิดตาให้เรา สมัยก่อนเด็ก ๆ นึกว่าคนเสื้อแดงเป็นพวก 'เผาบ้านเผาเมือง' เพราะเขาโตมากับพ่อแม่สลิ่ม แต่ในม็อบของเขา เขาขึ้นป้ายเลย ขอโทษที่เข้าใจคนเสื้อแดงผิดไป"

"ถ้าไล่ประยุทธ์ได้ แก้รัฐธรรมนูญได้ เราคิดว่าเด็ก ๆ ก็รอด แต่ถ้าเราไม่ชนะ เด็กก็ติดคุกยาว" ปานกล่าวทิ้งท้าย

ถ้า นศ. ออกจากคุกได้ "ไม่ต้องมาสู้แล้ว พวกป้า ๆ จะสู้แทนเอง"

ศรี แม่ค้าชาว กทม. วัย 58 ปี เดินทางมาพร้อมเพื่อนร่วมอุดมการณ์ 5-6 คนตามนัดหมายผ่านแอพลิเคชันไลน์ที่ตั้งกลุ่มไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองนานแล้ว

เธอเป็นเสื้อแดงอีกคนที่เข้าร่วมชุมนุมกับขบวนการราษฎรอย่างสม่ำเสมอ และคิดว่าการขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จะช่วยให้แกนนำราษฎรได้รับอิสรภาพกลับคืนมา

ที่มาของภาพ, Thai news pix

"เป็นห่วงนักศึกษา ห่วงน้องรุ้ง (ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล) ไม่อยากให้เขาติดคุกแล้ว.. และถ้านักศึกษาออกมาได้ ก็อยากบอกเขาว่าไม่ต้องมาสู้แล้ว จากนี้พวกป้า ๆ จะสู้แทนเอง สู้ไปเรื่อย ๆ" ศรีกล่าว

อย่างไรก็ตามแนวร่วม นปช. รายนี้ไม่สามารถอธิบายความได้ชัดเจนนักว่าการพ้นจากเก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหารของ พล.อ. ประยุทธ์ จะทำให้แกนนำราษฎรได้รับการปล่อยตัวได้อย่างไร โดยบอกเพียงว่า "รู้แต่ว่าเราต้องออกมาช่วยกัน และถ้าเขาเรียกรวมพล ป้าต้องมา"

เธอไม่มั่นใจว่าการชูข้อเรียกร้องข้อเดียวของจตุพร เป็นการไปลดทอนเพดานการต่อสู้ของขบวนการราษฎรหรือไม่ แต่ยังมองโลกในแง่ดีว่าหากกลุ่มนี้ได้รับชัยชนะ ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ออกไปได้ ทั้งคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง คนไทยไม่ทน ก็อาจไปรวมกับนักศึกษาแล้วเคลื่อนไหวประเด็นที่เหลือต่อ

ขณะที่เพื่อนในกลุ่มของศรีแสดงตัวเป็นแนวร่วม นปช. แบบจัดเต็ม ทั้งสวมเสื้อ นปช., มีผ้าโพกศีรษะ นปช. และพกตีนตบมาจากบ้าน

"เอาธง (นปช.) มาด้วย ไม่ได้ใช้มา 7 ปี วันนี้ได้ใช้สักที" หญิงผู้สวมใส่เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ นปช. กล่าวกับศรีด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมโชว์ด้ามธงที่อยู่ในกระเป๋าเป้ให้เพื่อนดู

ธงผืนดังกล่าวโบกสะบัดไปมา พร้อมธง นปช. อีกหลายผืนที่มาจากผู้ร่วมกิจกรรมรายอื่น ๆ ในระหว่างฟังการปราศรัยบนเวที สลับกับการตั้งวงย้อนความหลังช่วงชุมนุมใหญ่ นปช. ปี 2553 และวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

"ทำไมพวกนักศึกษาไม่มากันเลยวันนี้ มาน้อยกว่าที่คิดนะ.."

"ตอนฟังเด็ก ๆ บอกว่าขอโทษที่เข้าใจคนเสื้อแดงผิดไป ฉันนี่น้ำตาไหลเลยนะ ได้ดูคลิปไหม เพราะเอะอะอะไรก็ใส่ร้ายเราตลอด บอกเผาบ้านเผาเมือง เหมือนเด็กเขามาชุบชีวิตให้เราเลย.."

"พวกเด็กเขาเสียสละนะ ต่อสู้จนติดคุก เราต้องออกมาเยอะ ๆ เด็กจะได้ออกจากคุก.."

"จริง ๆ คนด่าจตุพรเยอะนะ เขารู้ว่ามีผ้าพันคอ.. แต่ถ้าณัฐวุฒิ (ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.) ดูไปแนวทางเด็กมากกว่า นี่ก็รออยู่ว่าเขาจะนัดไหม.."

"วันนี้ไทยเฉยยังเยอะ จากนี้ต้องไม่มีสี จับมือไล่ประยุทธ์ไปให้ได้ก่อน.."

"จะใส่เสื้ออะไรก็ได้ เห็นไหม พวกเสื้อเหลืองยังมากับเราเลย.."

"วีระ (สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน อดีตแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) นี่ตัวแสบเลย แต่ก่อนด่าเราหนักมาก" และ "เดี๋ยวนี้ทำเรียกคุณยิ่งลักษณ์ ทีแต่ก่อนเรียกอี.."

"เอาน่า.. มันกลับตัวแล้ว ไล่ประยุทธ์ให้ได้ก่อน แก้ปัญหาบ้านเมือง.."

เมื่อวงสนทนาของศรีดำเนินมาถึงช่วงนี้ เธอหันมาบอกกับบีบีซีไทยว่าในชีวิตไม่เคยคิดเลยว่าต้องมานั่งปรบมือให้วีระ พร้อมกับส่ายศีรษะ ขณะปรบมือ

ไล่ประยุทธ์ ลดเพดานการต่อสู้ของขบวนการ "ราษฎร"?

ความเคลื่อนไหวภายใต้รหัส 4-4-4 อันหมายถึงการชุมนุมในวันที่ 4 เดือน 4 เวลา 4 โมงเย็น เกิดขึ้นด้วยการประสานงานของ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา'35 โดยมีแนวร่วม "ราษฎร" บางส่วนปรากฏตัวร่วมกิจกรรม อาทิ ชินวัฒน์ จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่ม "ราษฎรนนทบุรี", วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา จากกลุ่ม "ราษฎรเอ้ย" และกลุ่ม "อาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

นายจตุพรย้ำว่า เข้าร่วมกิจกรรมในนามส่วนตัว ไม่ได้มาในนามองค์กร นปช.

จตุพร ผู้เป็นทั้งประธาน นปช. และอดีตแกนนำนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภา 2535 ประกาศใช้ "พฤษภา 2535 โมเดล" เป็นแนวทางขับเคลื่อน โดยย้ำว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับเผด็จการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจงใจทำลายข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ของขบวนการราษฎร ด้วยการ "ดึงเพดาน" ลงมาหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ จตุพรอธิบายว่าความเคลื่อนไหวของราษฎรยังมีอยู่ และข้อเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ออกไป และแก้ไขรัฐธรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยของกลุ่มสามัคคีประชาชน ก็เป็น 2 จาก 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎร จึงไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งกัน

"ใครเชื่ออย่างไร ก็ทำไปตามความเชื่อของตัวเอง อย่าให้ความเชื่อของเราหรือคนอื่นไปขัดแย้งกัน" จตุพรกล่าว

แท้จริงแล้วความเคลื่อนไหว 4-4-4 ถือเป็น "แนวร่วม" หรือ "แนวต้าน" ในขบวนการต่อสู้ของ "ราษฎร" กันแน่

คำตอบของประธาน นปช. คือ "เขาจะทะลุเพดานก็ทะลุไป แต่ข้อเรียกร้องของเรา ก็อยู่ใน 2 ข้อเรียกร้องของเขา เอาว่าวันนี้เราเห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์เป็นปัญหาของชาติ เลยชวนทุกสีทุกฝ่ายให้วางเรื่องของตัวเองไว้ก่อน แล้วมาขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ก่อน"

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา จตุพรบอกว่าตัวเขาต้องถูกวิจารณ์ทั้งจากพวกเดียวกันว่า "ไปดึงเพดานเด็กลงมา" ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาว่า "ล้มเจ้า" จึงเชื่อว่าเสียงวิจารณ์จากรอบด้าน น่าจะเป็นคำตอบให้กับการกระทำของเขา

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

"สามัคคีประชาชน" เป็นการรวมกลุ่มของอดีตแกนนำคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง กปปส. และประชาชน รวมถึงกลุ่มญาติวีรชนจากเหตุการณ์พฤษภา 2535

ในฐานะเคยติดคุกมา 4 รอบ จตุพรยืนยันว่าเข้าใจและห่วงใยแกนนำราษฎรที่อยู่ในเรือนจำ ซี่งคนที่สมควรถูกประณามที่สุดก็คือ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะเป็นคนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าจะไม่เอาโทษคดี 112 เมื่อนักศึกษาไปหลงเชื่อก็เลยต้องติดคุก โดยที่ พล.อ. ประยุทธ์ยังได้เป็นนายกฯ ต่อไป ส่วนสถาบันฯ ก็ต้องเดือดร้อนทั้งขึ้นทั้งล่อง

ย้อนกลับไปหลังรัฐประหาร 2549 คนเสื้อแดงได้ประกาศสงคราม "ไพร่-อำมาตย์" ซึ่งจตุพรอธิบายว่า "อำมาตย์" ที่พวกเขาต่อสู้ด้วยหมายถึง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ลงมา

"ขนาดเราประกาศชัดเจน ก็ตายร่วมร้อย บาดเจ็บอีกสองพัน ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย" จตุพรให้ความเห็น ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาย้ำ-ยืนยันมาโดยตลอดว่าทำไมต้องขีดเส้นการต่อสู้ให้อยู่ที่ระดับสามัญชนต่อสามัญชน

ปฏิบัติการ "คืนศักดิ์ศรี" ให้คนเสื้อแดงในขบวนการ นศ. 2563-2564

การเอ่ยถึงคนเสื้อแดงโดยเปลี่ยนแปลงความหมายอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ส.ค. 2563 และทำให้คนเสื้อแดงกลับมามีที่ยืนทางการเมืองอีกครั้งในขบวนการนักศึกษาประชาชนปี 2563-2564

บีบีซีไทยไล่เลียงปรากฏการณ์ได้ ดังนี้

  • 14 ส.ค. 2563 นิสิตชายจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "Spring Movement" อ่านบทกวี "จากดินถึงฟ้า" ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. บนเวทีการชุมนุม "เสาหลักจะหักเผด็จการ" จัดขึ้นใต้ตึกคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมยกย่องคนเสื้อแดงว่าเป็น "ขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุด และถูกตีตราจากสังคมมากที่สุด"
  • 16 ส.ค. 2563 แนวร่วม นปช. เริ่มเข้าร่วมการชุมนุมกับ "คณะประชาชนปลดแอก" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทว่าส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีอื่นออกจากบ้าน มีเพียงส่วนน้อยที่ใส่เสื้อแดง พร้อมประกาศตัวเป็น "ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก" คอยปกป้องขบวนการนักศึกษา
  • 19-20 ก.ย. 2563 คนเสื้อแดงกลายเป็นมวลชนกลุ่มใหญ่ที่มาปักหลักพักค้าง ระหว่างการจัดชุมนุมของ "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" ที่ ม. ธรรมศาสตร์ และท้องสนามหลวง นอกจากนี้ ธานี สะสม แนวร่วม นปช. ยังได้ขึ้นปราศรัยในช่วงไพร์มไทม์ของกิจกรรมบนเวทีด้วย
  • 14 ต.ค. 2563 คนเสื้อแดงกลายเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญ ระหว่างการชุมนุมของ "คณะราษฎร 2563" เคลื่อนขบวนจากอนุสาวสารีย์ประชาธิปไตยไปทำเนียบรัฐบาล โดยมีเสียงตะโกนอ่านบทกวีของ วิสา คัญทัพ อดีตกบฏรัฐธรรมนูญในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และอดีตแกนนำ นปช. ดังเป็นระยะ ๆ "...เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน..."
  • 22 พ.ย. 2563 คนเสื้อแดงนำโดยกลุ่ม "แดงก้าวหน้า 63" ที่มี ภานุพงษ์ มุกดารา เป็นประธาน จัดกิจกรรมรำลึกความยุติธรรมที่ ถ.อักษะ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่ นปช. เคยชุมนุมใหญ่ ก่อนต้องสลายตัวเมื่อเกิดรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 พร้อมประกาศว่า "เริ่มต่อสู้ครั้งใหม่" ร่วมกับผู้ชุมนุมไร้แกนนำที่เรียกตัวเองว่า "ราษฎร"

หลังจากนั้นคนเสื้อแดงก็กลายเป็นพันธมิตรสำคัญของขบวนการ "คณะราษฎร/ราษฎร" เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน