แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรัฐบาลไทยยังคงใช้ กม. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือในการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง

ตร.ยิงปืน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ตำรวจใช้กระสุนอย่างอย่างเต็มรูปแบบในการจัดการกับผู้ชุมนุมในวันที่ 20 มี.ค.

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2563/64 ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับประเทศไทยพบว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ นับตั้งแต่สิทธิการเข้าถึงทรัพยากร สิทธิทางสุขภาพ สิทธิทางเพศ รวมไปจนถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง

แอมเนสตี้ฯ ระบุว่านับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนก.พ. 2563 มีเยาวชนออกมาชุมนุมทางการเมือง และมีความต่อเนื่องมาถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองจากที่พักในกรุงพนมเปญของกัมพูชาในเดือน มิ.ย.

"การบังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายเรื่องไม่ใช่แค่การควบคุมโรคระบาดเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังรวมไปถึงสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร สิทธิทางสุขภาพ สิทธิแรงงาน และที่สำคัญที่สุดคือส่งผลต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม ซึ่งเป็นเสรีภาพสำคัญที่จะนำไปสู่การบรรลุซึ่งการเรียกร้องสิทธิเรื่องอื่น ๆ "น.ส. ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวในระหว่างการเสวนาเรื่อง "มองสิทธิมนุษยชนในรอบหนึ่งปีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ตำรวจฉีดน้ำผสมสารเคมีใส่ฝูงชนหลังแนวคอนเทนเนอร์ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มี.ค.

ด้านนางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2563 มีการชุมนุมการแสดงออกทางการเมือง 779 ครั้ง มีการบันทึกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน 200 กว่าครั้ง ขณะที่ในช่วงต้นปีนี้ก็มีการบันทึกการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วกว่า 200 ครั้ง

แม้ว่าปีที่แล้วโดยภาพรวมการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ แต่พบว่าเจ้าหน้าที่ใช้ปีนฉีดน้ำแรงดันสูงหรือแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม โดยมีการใช้เป็นครั้งแรกในการชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 และพบว่าในการชุมนุมแต่ละครั้งจะมีแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนถูกจับกุม ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองมักถูกเจ้าหน้าที่เรียกว่าเป็น "การมั่วสุมอย่างผิดกฎหมาย"

ครั้งแรกที่เยาวชนต้องคดี ม.110 และ ม.112

นางปิยนุชกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่แล้วยังพบว่าเป็นครั้งแรกที่เยาวชนถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นอกจากนี้ยังมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 อีกด้วย บางรายถูกดำเนินดดีโดยมีโทษจำคุกรวมกันมากกว่า 200 ปี

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

ภาพเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค. 2563 ขณะขบวนเสด็จฯ เคลื่อนผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม "คณะราษฎร 2563"

"เสรีภาพในการแสดงออกยังเป็นหัวใจหลัก ที่ยังเชื่อมโยงกับโรคโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และกฎหมายหลาย ๆ อันที่ใช้มาปิดปากพวกเขา"

การปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกยังเกิดขึ้นในโลกออนไลน์อีกด้วย เช่นกรณีที่เฟซบุ๊กจำกัดการเข้าถึงกลุ่มทีสมาชิกสนทนากันในเรื่องที่เกี่ยวกับราชวงศ์ โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการตามคำร้องขอของทางการไทย

ข้อเรียกร้องยกเลิกคำสั่ง กม. ที่มีผลต่อผู้เห็นต่างทางการเมือง

สำหรับการควบคุมตัวจำเลยและผู้ต้องหาในคดีการเมือง แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องให้มีการดำเนินการสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพและอิสระ ผู้ที่ถูกควบคุมตัวจะต้องมีสิทธิ์เข้าถึงทนายความ พบญาติพี่น้องและได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม และอนุญาตให้หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปตรวจสอบ

ที่มาของภาพ, Facebook/Wanchalearm Satsaksit

คำบรรยายภาพ,

วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยการเมืองวัย 37 ปี หายตัวนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้กลุ่มเยาวชนลุกขึ้นประท้วงรัฐบาลในปีที่ผ่านมา

ส่วนเรื่องของการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายและบังคับให้สูญหาย แอมเนสตี้ฯ ยังยืนยันข้อเรียกร้องเดิมที่ต้องการให้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหายมีเนื้อหาที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว และต้องการให้สืบค้นหาข้อมูลของทุกกรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกรณีของทนายสมชาย นีละไพจิตร หรือกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยมีประสิทธิภาพและอิสระเป็นธรรม

แอมเนสตี้ฯ ย้ำว่ารัฐบาลไทยมีพันธกรณีกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนกับนานาชาติหลายข้อ ดังนั้นจึงควรยกเลิกคำสั่งต่าง ๆ หรือกฎหมายต่าง ๆ ที่ละเมิดสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่แสดงออกฝั่งตรงข้ามทางการเมือง

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ,

นางพริ้ม บุญภัทรรักษา (หันหลัง) มารดาของนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน ในสภาพโศกเศร้า ใกล้กัน คือ ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ มธ. และนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" หลังจากรู้ว่าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี

"นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การจับกุมคุมขังโดยพลการ การใช้ศาลทหารกับพลเรือนก็ไม่ควรจะมีอีกต่อไป และอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้เกิดบรรยากาศที่ปลอดภัยในการที่ประชาชนได้ใช้สิทธิ รวมถึงกลุ่มเยาวชน ซึ่งในรายงานได้กล่าวถึงการที่เด็กถูกละเมิดทั้งในพื้นที่โรงเรียน จากการถูกลงโทษอย่างรุนแรงหรือให้บุคคลภายนอกมาจับกุม หลังจากที่พวกเขาแสดงออกทางการเมือง" เธอระบุ

ก่อนหน้านี้ นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา "คุม (โควิด-19) ได้จริง ๆ" พร้อมกับยืนยันว่าเจตนารมณ์ของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นไป "เพื่อการควบคุมโรคและป้องกันโรคเท่านั้น"

โฆษก ศบค. ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข้อกล่าวหาว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีเจตนาแฝงเพื่อควบคุมการชุมนุมทางการเมือง โดยบอกเพียงว่าเจ้าหน้าที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าใช้กฎหมายนี้เพื่อการควบคุมโรคระบาดอย่างแท้จริง เห็นได้จากการได้รับความร่วมมือจากประชาชนจำนวนมากที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

"เจตนาของการบังคับใช้กฎหมายนี้ ก็เพื่อให้คนติดโรคให้น้อยที่สุด ซึ่งเราก็เห็นภาพอย่างนั้นเกิดขึ้น" นพ.ทวีศิลป์กล่าวกับบีบีซีไทย

กรณีชนกลุ่มน้อยในเมียนมา: ควรยึดหลักการไม่ส่งกลับไปพื้นที่เสี่ยง

ในส่วนประเด็นผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในเมียนมา แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยึดหลักการไม่ส่งกลับไปยังพื้นที่เสี่ยง เพราะในขณะนี้สถานการณ์ตามขอบตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาก็ค่อนข้างน่ากังวล

ที่มาของภาพ, Karen humanitarian group handout

"อยากให้เคารพพันธกรณีที่ไทยได้ทำไว้กับต่างประเทศ เช่น การอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยเข้าถึงกระบวนการ และสามารถติดต่อกับ UNHCR (สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) ได้ นอกจากที่รัฐบาลไทยมีระบบคัดกรองผู้ลี้ภัย รวมถึงการให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองผู้ลี้ภัยอีกด้วย" เธอกล่าว

แอมเนสตี้ฯ ยังได้ย้ำข้อเสนอเดิม ๆ เช่น การขอให้มีการพักใช้โทษประหารชีวิตในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นทางการทันที และกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อจัดการเรื่องทางการเมืองจะต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การยกเลิกข้อบัญญัติที่ให้บุคคลใด ๆ สามารถฟ้องร้องบุคคลอื่นในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ และเรื่องของอัตราโทษที่ยังไม่สมสัดส่วนต่อความผิด

คำบรรยายวิดีโอ,

ชะตากรรมผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง

"ข้อเรียกร้องสุดท้าย คือให้ถอนข้อกล่าวหาใด ๆ ของผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพียงเพราะใช้เสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังด้วยข้อหาดังกล่าวโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข" นางปิยนุชกล่าวย้ำ

จากข้อมูลของศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. 2563 - 26 มี.ค. 2564 มีผู้ที่ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 373 ราย ใน 126 คดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการชุมนุมทางการเมือง ในจำนวนคดีดังกล่าว มีอย่างน้อย 35 คดีเป็นซ้อนทับระหว่างข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ