ราษฎร: ศาลให้ประกันตัว หมอลำแบงค์-ปติวัฒน์ แต่ยกคำร้องทุกคดี ม. 112 ทำให้เพนกวินกับพวกต้องกลับเข้าเรือนจำ

ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำกลางคลองเปรม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครช่วงเย็นวันนี้ (9 เม.ย.)

ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ เพียงคนเดียว และยกคำร้องของแกนนำและแนวร่วมราษฎรที่เหลืออีก 8 คน ซึ่งตกเป็นจำเลยคดี 112 เป็นผลให้นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน กับพวก ต้องกลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง

"น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 3 (หมอลำแบงค์) จะไม่ไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นได้อีก จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาประกัน 2 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยที่ 3 กระทำการในลักษณะเช่นเดียวกับที่จำเลยที่ 3 ถูกกล่าวหาตามฟ้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ซ้ำอีก หรือไปร่วมกิจกรรมที่อาจทำให้เสื่อมเสียแก่สถาบันฯ..." ศาลอาญาระบุตอนหนึ่งในคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวนายปติวัฒน์

ส่วนเงื่อนไขอีก 2 ข้อคือ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาตจากศาล และให้มาตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด

ขณะที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 4 และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จำเลยที่ 7 ศาลยกคำร้องขอประกันตัว โดยระบุว่า แม้ทั้งคู่จะให้ถ้อยคำในชั้นไต่สวนเช่นเดียวกับนายปติวัฒน์ แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ศาลนัดสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนับสืบพยานในคดีนี้ ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 2 คน และทนายของจำเลย "ไม่ยอมลงลายมือชื่อในกระบวนพิจารณาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร" มีเพียงนายปติวัฒน์และทนายเท่านั้นที่ลงลายมือชื่อในกระบวนพิจารณา อีกทั้งทนายของนายสมยศและนายจตุภัทร์ยังนำรายงานกระบวนพิจารณาไปเขียนข้อความเพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ระบุว่าทนายความของจำเลย 21 คน ยกเว้นหมอลำแบงค์ "ไม่ขอลงชื่อในกระบวนพิจารณา เนื่องจากไม่ยอมรับกระบวนพิจารณา" กับมีพฤติการณ์จะไม่ยอมไปกำหนดวันนัดสืบพยานที่ศูนย์นัดความ และยื่นคำร้องขอถอนทนายความ ทำให้การกำหนดวันนัดสืบพยานเป็นด้วยความยากลำบาก ซึ่งเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล

"ข้อความและคำแถลงของจำเลยที่ 4 และ 7 ว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่แถลงไว้ต่อศาล จึงไม่น่าเชื่อว่าสามารถปฏิบัติตามที่แถลงไว้ต่อศาลได้ ในชั้นนี้ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 และ 7 ชั่วคราว ให้ยกคำร้อง" คำสั่งศาลระบุ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ จำเลยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับอิสรภาพกลับคืนมา

หมอลำแบงค์, นายสมยศ และนายจตุภัทร์ ตกเป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำ อ. 287/64 ร่วมกับแกนนำและแนวร่วม "ราษฎร" รวม 22 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 112, ข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตรา 116 และข้อหาอื่น ๆ จากกรณีร่วมชุมนุม "19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎร" และปักหมุดที่ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. 2563

ทีมทนายได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยกลุ่มนี้รอบล่าสุดเมื่อ 5 เม.ย. โดยทั้ง 3 แถลงต่อศาล มีใจความสำคัญตรงกันว่า "หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่พูดพาดพิงเกี่ยวกับสถาบันฯ อีก"

ทว่าเฉพาะนายปติวัฒน์แถลงต่อศาลเมื่อ 29 เม.ย. ว่า "หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองและพูดพาดพิงสถาบันฯ อีกอย่างเด็ดขาด" แต่จะไปประกอบอาชีพร้องหมอลำเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อไป และยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการติดเครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM), ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุม และจะมาศาลตามนัดทุกนัด

เพนกวินกับพวกกลับเข้าเรือนจำ หลังศาลไม่ให้ประกัน

ในระหว่างการต่อสู้คดี แกนนำราษฎรรวม 7 คนที่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 ถูกคุมขังภายในเรือนจำ แม้ทีมทนายยื่นคำร้องขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

นอกจากหมอลำแบงค์, นายสมยศ และไผ่ ทีมทนายยังยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยร่วมคดีอีก 2 รอบในวันนี้

รอบเช้า ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ "แอมมี่" จำเลย 2 คดีคือ คดีมาตรา 116 และมาตรา 215 จากการร่วมชุมนุม 19 กันยาฯ และคดีมาตรา 112 และมาตรา 217 จากเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ร. 10 หน้าเรือนจำคลองเปรม พร้อมยื่นเงื่อนไขขอติดกำไลอีเอ็ม และวางเงินประกัน 2 แสนบาทสำหรับคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ และ 35,000 บาทสำหรับคดีชุมนุม 19 กันยาฯ

เวลา 14.43 น. ศูนย์ทนายฯ เปิดเผยว่า ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแอมมี่ คดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ โดยให้เหตุผลว่า "ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม" โดยถือเป็นการยกคำร้องในการยื่นขอประกันตัวครั้งที่ 6 ในคดีนี้

รอบบ่าย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแกนนำและแนวร่วมราษฎรซึ่งตกเป็นจำเลยคดีมาตรา 112 ใน 3 คดี รวม 5 คน ประกอบด้วย คดี 19 กันยาฯ ของนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, คดีร่วมชุมนุมกับ MobFest ของเพนกวิน และคดีแปะกระดาษบนพระบรมฉายาลักษณ์ ร. 10 ของนายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือจัสติน โดยวางเงินประกัน 2 แสนบาท/คน

เวลา 17.30 น. ศูนย์ทนายฯ เปิดเผยว่า ศาลยกคำร้องทั้ง 3 คดี นั่นหมายความว่าจำเลยทั้ง 5 คนต้องกลับเข้าเรือนจำ

ในจำเลยกลุ่มหลังนี้มีอยู่ 2 คนที่อดอาหารประท้วงกระบวนการยุติธรรม โดยเพนกวินอดอาหารเข้าสู่วันที่ 25 แล้ว ส่วนรุ้งอดอาหารเป็นวันที่ 11

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

วานนี้ (8 เม.ย.) จำเลยคดี 19 กันยาฯ รวม 21 คน ยกเว้นหมอลำแบงค์ ได้แถลงขอถอนทนาย

ศูนย์ทนายความฯ เผยแพร่เหตุผลของนายพริษฐ์กับพวกที่ขอถอนทนายว่า กระบวนการพิจารณาคดีในศาลอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และการปฏิบัติที่ไม่เอื้ออำนวยให้จำเลยได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ตามหลักการและเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย และทนายความของจําเลยก็ได้ขอถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่สามารถยอมรับกระบวนการพิจารณาคดีที่ไม่คํานึงสิทธิของจําเลยได้

คดีนี้ ศาลกำหนดสืบพยานนัดแรก วันที่ 19 พ.ค. เวลา 09.00 น. โดยโจทก์นำพยานเข้าสืบ 77 ปาก ใช้เวลา 24 นัด และจำเลยนำพยานเข้าสืบ 40 ปาก ใช้เวลา 21 นัด